ลานสามัญชน
.

มีผู้หญิงคนหนึ่งไปอาศัยอยู่บนต้นไม้ 2 ปี ...เพื่ออะไร?



เมื่อคืนนี้ได้ดูสารคดีเรื่องนึงทางโทรทัศน์
(เราได้ดูแต่ช่วงท้าย เพราะมัวแต่รีดผ้าอยู่)
พี่ฝาชีได้ดูตลอดทั้งเรื่อง - อย่างเงียบนิ่ง
เช้าตื่นขึ้นมา เขาก็ยังพูดถึงสารคดีเมื่อคืนนี้ –ซ้ำอีก
(เรากะจะดูซ้ำแบบเต็มๆ ตอนรอบวันเสาร์ที่เขาจะเอามาฉายอีกรอบ – แน่ๆ ไม่พลาดๆ)



สารคดีเรื่องนี้ เป็นเรื่องของผู้หญิงคนนึงชื่อ จูเลีย บัตเตอร์ฟลาย ฮิลล์ เธอขึ้นไปอาศัยอยู่บนต้นเรดวู้ด สูง 6 เมตร อายุ 1000 ปีในรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นเวลา 2 ปี ด้วยเหตุผลของการต่อสู้และป้องกันไม่ให้คนมาตัดต้นไม้ต้นนี้ลง ตลอดเวลา 2 ปี มีคนมากมายมาให้กำลังใจสนับสนุน ส่งน้ำ ส่งอาหาร ส่งหนังสือ และจัดทำเรื่องราวของชีวิตเธอออกมาเป็นสารคดี เผยแพร่จัดฉายไปตามเทศกาลหนังหลายแห่ง เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อเรื่องว่า Butterfly ซึ่งเป็นการบันทึกเรื่องราวการต่อสู้ของสาวแอคทิววิตส์แห่งองค์กร Earth First บอกเล่าถึงสถานการณ์สิ่งแวดล้อมและโลกผ่านชีวิตจริง ที่ท้ายที่สุดของการต่อสู้... เธอได้รับชัยชนะ ต้นไม้ต้นนี้ไม่ถูกตัด ยังมีชีวิตอยู่รอดต่อไปในปีที่ 1001...1002...1003



เมื่อคืนนี้นั่งดูสารคดีเรื่องนี้ แล้วน้ำตารื้น เป็นคนบ่อน้ำตาตื้น (ตันในใจ) กับเรื่องราวระหว่างมนุษย์และธรรมชาติเช่นนี้



คนหัวใจหยาบกระด้าง อาจจะเห็นการกระทำเช่นคนอย่างเธอดั่ง –ตัวตลก- แต่รู้ไหม ตัวตลกหลายคนร้องไห้ให้กับเรื่องราว –ขี้ผงๆ หลายเรื่องในโลกเช่นนี้ แต่ไม่เคยร้องไห้กับเรื่องตลาดหุ้น เรื่องการพลาดตำแหน่งรัฐมนตรี หรือบีบน้ำตาเรียกความสงสารจากมวลชนเพื่อยึดเก้าอี้ในตำแหน่งต่อไป

ถ้าใครอยากจะคิดว่า เธอ คือ ตัวตลกบนโลกใบนี้ ก็รวมเราไปด้วยคนนึงแล้วกัน เพราะว่า เราก็เป็นตัวตลกที่ร้องไห้ได้ตลอดเวลากับเรื่องเหล่านี้เช่นกัน

ใครสนใจ อยากอ่านเรื่องราวของเธอเพิ่มเติม
เข้าไปอ่านเรื่องราวของเธอได้ที่
[url]WWW. BUTTERFLYFILM.NET[/url]



ข้างบนนี้คือ หน้าปกวิดีโอที่มีจัดจำหน่าย
จัดทำขึ้นเมื่อปี 2000 ความยาว 80 นาที
เป็นสารคดีที่เหมาะจะดูได้ทุกเพศ ทุกวัย

แก้ว กังหัน (เอามาฝาก)
9 ส.ค. 2544 , 17:51:51 น.


ความเห็นที่ 1

ได้ดูสารคดีเรื่องนี้ แล้วคิดถึงสถานการณ์บางเรื่องในเมืองไทย
เช่น การตัดต้นขะยอม ที่กาดสุเทพ จ. เชียงใหม่
เพื่อสร้างลานจอดรถ ต้อนรับงานกีฬาซีเกมส์เมื่อปี 2538
ท้ายที่สุด ต้นขะยอม (พยอม) 6 ต้น อายุราวๆ 94 ปี
ก็มีคนแอบย่องไปตัด -โค่น -ย้ายไปได้ในกลางดึกวันหนึ่ง
ท่ามกลางเสียงคัดค้านของคนเมืองที่รักต้นขะยอม
และเสียงแม่ค้า-นักธุรกิจบางคนที่เห็นด้วยว่า -มันเกะกะ รุงรัง-



-อ. ธเนศวร์ เจริญเมือง- อาจารย์ประจำภาคการปกครองท้องถิ่น คณะสังคมศาสตร์ ม. เชียงใหม่ - นักคิด (แหกคอก) - นักเขียน (ปากจัด) ได้รวบรวมบันทึกเหตุการณ์และประวัติศาสตร์ต้นไม้ในเมืองเชียงใหม่ เขียนไว้อาลัยให้กับต้นขะยอมทั้ง 6 ต้น
จัดพิมพ์เป็นหนังสือชื่อ -ฉันรักต้นขะยอม- ออกมาให้คนอ่านได้รับรู้เรื่องราวตื้นเขิน-หนาบางเหล่านั้นอย่างละเอียด ...
อ่านแล้ว...ซึม...เซื่อง...เฮ้อ...ตามคล้ายดั่งเป็นคนเชียงใหม่

เช้านี้มานั่งนึกๆค้นๆ หนังสือหลายเล่มออกมาเปิดอ่านซ้ำ
ไม่ว่า -คนปลูกต้นไม้- ของ ฌ็อง ฌิโอโน่



และนึกถึงหนังสือ -โอบกอด- หนังสืออีกเล่มที่พระไพศาล วิสาโล
เคยเรียบเรียง และเขียนถึงขบวนการ -ชิปโก้- ในอินเดียเอาไว้
ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต่อต้านการตัดต้นไม้ ด้วยการเข้าไปโอบกอดต้นไม้ไว้
ไม่มีหนังสือเล่มนี้อยู่บนชั้นหนังสือที่นี่ ...แต่ยังจดจำเรื่องราวนี้ได้

ใครที่อ่านเรื่อง -ต้นส้มแสนรัก- ก็คงจะคลำความรู้สึกต่างๆ ที่เขียนมาเหล่านี้ได้บ้าง ... เพราะมันคือ ความรู้สึกและเรื่องราวที่คล้ายๆ กันทั้งสิ้น


โดยคุณ : คนแปะกระทู้ - [ 9 ส.ค. 2544 , 18:28:04 น.]

ความเห็นที่ 2

ผมเคยดูสารคดี ฝรั่งอีกคนอยู่บนต้นไม้ แต่คนนั้นเป็นผู้ชาย....จำชื่อบ่ได้
สร้างเป็นบ้านเลยละ แถวๆ red wood นั่นแหละครับ
เวลาจะติดต่อคนข้างล่างต้องโทรศัพท์ขึ้นไปหา

..............
คุณแก้วรู้เปล่าว่า อีกหน่อยคนไทยเราต้องกินกุ้งแทนข้าวแล้ว
เพราะเขาจะเอานาข้าวไปเลี้ยงกุ้ง....
นาข้าวในที่ราบลุ่มภาคกลาง 7-8 จังหวัด กำลังจะกลายสภาพเป็นบ่อกุ้ง
ทั้งที่เรื่องนี้เคยโดนยกเลิกไปกับรัฐบาลก่อนหน้า
เป็นเรื่องงี่เง่ามาก ...ถ้าอีกหน่อยคนไทยต้องซื้อข้าวเวียตนามกิน
ถ้าใครอยากเห็นว่า นาข้าวที่กลายเป็นบ่อกุ้งมันเน่านิรันดร์กาลเช่นไร
ให้ลงมาดูแถวลุ่มน้ำปากพนัง แถว อ.ระโนด สทิงพระ หัวไทร เชียรใหญ่ ปากพนัง
ต้นตาลสูงใหญ่ยังเอาตัวไม่รอดเลยครับ
.....
ตอนนี้กำลังคิดว่าจะเลิกบริโภคของกินในเครือ CP เกลียดมันมาก
กำลังนึกๆอยู่ว่าต้องงดอะไรบ้าง


โดยคุณ : อ้วน ช่วยแจม - [ 9 ส.ค. 2544 , 19:54:14 น.]

ความเห็นที่ 3

ขอแก้เรื่องลิงก์นิดนะคะ ใครสนใจ เข้าไปอ่านได้ที่นี่ค่ะ

http://gmdstudios.com/demo/butterfly/


โดยคุณ : นักแปะกระทู้ - [ 9 ส.ค. 2544 , 20:04:02 น.]

ความเห็นที่ 4

ไม่รู้ว่าเรื่องเดียวกันไหม เราแอนตี้ปตท.โดยไม่เติมน้ำมันปั๊มนั้น ไม่เห็นด้วยกับหาบเร่แผงรอยบนทางเท้า เราก็ไม่ซื้อ แม้บางครั้งอยากจะซื้อเพราะมันสะดวก แต่ก็ยั้งไว้ ไม่ซื้อ ตอนนี้เรายอมจ่ายแพงกว่าเพื่อซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์ (ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี + ยาฆ่าแมลง) เพื่อให้เขาอยู่ได้ เกลียดไมโครซอพ กะว่าจะไม่ใช้แล้วเหมือนกัน หันไปใช้ Linux อยู่พักนึง แล้วเลิกไป กลับมาใช้ windows 95 กับ office เหมือนเดิม กะว่าหมดเทอมนี้แล้วจะไม่ใช้แล้ว จะไปใช้ Linux อย่างจริงจัง (ไม่รู้จะทำได้มากน้อยแค่ไหน)

ทำไมไม่ชอบ CP ละคะคุณอ้วน คุณอ้วนอาจจะต้องเลิกดู UBC ไม่ใช้โทรศัพท์ของเทเลคอมเอเชียด้วย หลายเรื่องกุ้งชอบเขา แต่กลยุทธ + นโยบาย + การกระทำเรื่องการเกษตรนี่เกลียดค่ะ อย่างเรื่องปลาทับทิม คนเลี้ยงตายทั้งขึ้นทั้งล่อง แถมยังล๊อบบี้ให้เป็นนโยบายแห่งชาติซะอีก เฮ้อ


โดยคุณ : กุ้ง - [ 9 ส.ค. 2544 , 20:58:01 น.]

ความเห็นที่ 5

เราเนี่ยไม่ซื้อสินค้ายี่ห้อ -เนทส์เล่- มา 8 ปีแล้วค่ะ
เหตุผลเรื่อง GMO และการรุกรานพื้นที่ทางเกษตรในแอฟริกา
อีกทั้งยังใช้วิธี -ทุนล่อเหยื่อ- เอาอาหารนมผง เข้าไปขายให้แม่ๆให้ลูกดื่มแทนนมแม่ในแอฟริกาอีกเช่นกัน

อีกทั้งไม่เติมน้ำมันยี่ห้อ -เชลล์- ด้วยเหตุผล ความเลวทางธุรกิจ
ที่กระทำในระหว่างขุดเจาะน้ำมันของบริษัทนี้อีกด้วย

เอ่ยชื่อกันไปเลยตรงๆ ใครจะมาฟ้อง ก็มาฟ้องจับได้
เราเป็นผู้บริโภค เรามีสิทธิ์คว่ำบาตร -ธุรกิจเลวร้าย-
ไม่เสพของเขา เราก็ยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ และมีความสุขดี

อ้อ ... พี่อ้วน ฝาชีเคยทำวิจัยที่ปากพนังอยู่หลายปี
เห็นพื้นที่ชุ่มน้ำค่อยๆ หายไป อย่างน่าใจหายแทนคนไทย


โดยคุณ : แก้ว กังหัน - [ 9 ส.ค. 2544 , 22:10:26 น.]

ความเห็นที่ 6

:)


โดยคุณ : มะ-ปราง - [ 9 ส.ค. 2544 , 23:55:57 น.]

ความเห็นที่ 7

ผมคงอยู่บนต้นไม้นานๆไม่ได้
หงุดหงิดตายเลย

น่านับถือเธอจริงๆ




โดยคุณ : c4 - [ 10 ส.ค. 2544 , 00:37:59 น.]

ความเห็นที่ 8

พี่แก้วค่ะ บางทีอ้อมคิดว่าอ้อม รู้จัก ฝาชีพี่แก้วนะ
ถ้าเคยมาวิจัยที่ลุ่มน้ำ


โดยคุณ : อ้อม - [ 10 ส.ค. 2544 , 09:12:19 น.]

ความเห็นที่ 9

เคยเห็นข่าวเกี่ยวกับสาวคนนี้แล้วค่ะ และใครเคยอ่านเจอข่าวที่นักอนุรักษ์ใช้วิธีเปลือยอกห้ามตัดต้นไม้บ้างเปล่า เธอทั้งหลายให้เหตุผลว่าเพื่อดึงดูดสื่อมวลชนเข้ามา เข้าท่าดีค่ะ

ซีพีนี่ภัควดีสบายหน่อย เพราะปรกติไม่ใช้มือถือและไม่ติดยูบีซีอยู่แล้ว แต่เข้าแมคโครและโลตัสกำลังจะเปิด ทำไงดี

ส่วนเนสท์เล่กับเชลล์นี่ขอยกมือให้อีกคน ถ้าทำได้อย่าซื้อสินค้าของสองบริษัทนี้เลย อ้อ ตอนนี้เกอร์เบอร์ที่ผลิตอาหารเด็กใช้กฎ WTO บังคับกัวเตมาลาเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการโฆษณานมผง ใครมีลูกทำกับข้าวให้ลูกกินดีกว่านะคะ ไอ้พวกฟักทองบด ผักบดของเกอร์เบอร์ อย่าไปซื้อเลย (ไม่เคยให้ลูกกิน แต่เห็นคนอื่นซื้อให้ลูกเขากิน)


โดยคุณ : ภัควดี - [ 10 ส.ค. 2544 , 11:05:50 น.]

ความเห็นที่ 10

เรื่องใช้ผู้หญิงมาทำแคมเปญต่อต้านแบบเชือดนิ่มๆ นี่ได้ผลดีนะคะ ... เพราะอย่างน้อยมันก็ลดความรุนแรงไปได้ และทำให้คนในสังคมออกมาให้ความสนใจเรื่องใกล้ตัวกันขึ้นบ้าง (แต่เรื่องเปลือยอก ถ้ามาระบาดในเมืองไทย กลัวว่า จะกลายเป็นเป้าของปฏิทินแม่โขงไปซะฉิบ การเปลือยอกในสังคมตะวันตกถือว่า ไม่โป๊นะ แต่เราก็ไม่นิยม เพราะว่า สู้เขาไม่ได้...อ่าๆ ถ้าไปชายทะเล แล้วไม่เห็นมากกว่า 30 คู่เต้า ก็แปลกเกินไปล่ะ)

แต่เรื่องการประท้วง หรือต่อต้านนี่เราเองก็ยังชอบแบบ -สันตวิธี- นะ ต้องไม่ทำให้คนอื่นเดือนร้อนด้วย และอย่าทำเพราะอยากเรียกร้องความสนใจในตัวเองมากไปกว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงที่ต้องการ

เรื่องของ -บัตเตอร์ฟลาย- นี่ จริงๆ เขาก็โดยข่มขู่และระรานจากพวกนายทุนและบริษัทที่ต้องการจะตัดต้นไม้ไปทำผลประโยชน์อยูตลอดเวลา 2 ปี การที่มีสื่อมวลชน และคนมาบันทึกเรื่องของเธอเป็นวิดีโอไว้ เป็นการป้องกันการ -จัดการอย่างรุนแรง- ของคนที่กำลังถูกขัดใจ ขัดผลประโยชน์อยู่ได้อีกทาง

คุยกันเลยมาถึงเรื่อง GMO เคยคิดอยากตั้งกระทู้ชวนคุยเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ...เพราะคิดว่า เป็นเรื่องที่เราๆ น่าใส่ใจไว้ โดยเฉพาะคนที่มีลูกมีหลาน ไม่อยากให้เป็นเหยื่อของขบวนการกลายพันธุ์เหล่านี้ เพราะมันส่งผลไม่ดีทั้งแก่ตัวเราเองและสิ่งแวดล้อมบนโลก รวมไปถึงการเบี่ยงเบนวัฒนธรรมพื้นบ้านของชนโลกที่สามหลายๆแห่ง

คิดว่า หลายคนคงเคยอ่านข่าวว่า ทางแถวยุโรปนี่ เขาเปิดเผยรายชื่อยี่ห้อสินค้า GMO ให้แก่ผู้บริโภค และรณรงค์ซูเปอร์มาร์เก็ตให้เน้นขายสินค้าที่ไม่ GMO และสินค้า GMO ก็ต้องบอกไว้ในฉลากด้วย ที่บ้านเราเนี่ยสนับสนุน -กรีนพีซ- อยู่ ไม่ใช่เพราะเขาดัง แต่ก็ต้องการรับข่าวสารสื่อของเขาด้วย และแค่ให้เขาเดือนละ 10 กิลเดอร์ แลกกับบทความ-งานวิจัยที่เขาทำ ก็สมกันดี

-กรีนพีซ- มีคู่มือรายชื่อสินค้า GMO และซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีผลิตภัณฑ์เฮ้าส์ แบรนด์ในกระบวน GMO บอกอย่างละเอียด เรากับพี่ฝาชีนี่ ... หลีกเลี่ยงทั้งหมด ของบางอย่างก็ยอมจ่ายแพงกว่า ในเมื่อเราพอจ่ายได้ เราก็ยอมจ่าย ไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของขบวนกลายพันธุ์หรอก

อ้อ ... พูดถึง -กรีนพีซ- เมื่อเร็วๆนี้ พี่ฝาชีอ่านข่าวเจองานวิจัยของชาวคานาดา (หรือเปล่าไม่แน่ใจ)ว่า เขามาทำการวิจัยซ้อนงานวิจัยของ -กรีนพีซ- แล้วก็สรุปออกมาว่า -กรีนพีซ- รณรงค์เรื่องโลกกำลังย่ำแย่เกินจริงไปมาก ทั้งๆที่ จริงแล้วโดยสภาพรวม ยังถือว่า โลกเรายังสุขสบายดี

อันนี้ เราเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง อย่างเรื่อง โลกร้อนและฤดูกาลผันผวนเนี่ย เราเชื่อจากที่สัมผัส และเรื่อง -พลังงาน- เรื่อง -ป่าฝนเขตร้อน- เราค่อนข้างเชื่อมาทางฝั่ง -กรีนพีซ- นะ แต่ไม่ได้เชื่อว่า ข้อมูลของเขาถูกทั้งหมด แต่มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง อย่างที่รายงานมา

แต่อีกเรื่องที่ไม่ชอบ -กรีนพีซ- คือ ตัวอาสาสมัครของเขา (บางคน) ชอบมองคนอื่นๆว่า ไม่ได้ทำหรือรู้สึกเดือดร้อนมากเท่าที่เขาทำกันอยู่ และเขาถือว่า เขาปราศจากการสนับสนุนเงินทุนจากภาคธุรกิจทั้งมวล เพราะเงินในองค์กรเขา ได้มาจาก การบริจาคล้วนๆ

...อันนี้ เคยเจอกับตัวเอง ตอนไปสัมภาษณ์ผู้ประสานงานฝั่งเอเซีย ทำให้เราเสียศรัทธากับความเย่อหยิ่งของเขาพอสมควร และเราก็มาบ่นกับเพื่อน และเพื่อนเราก็ตั้งข้อสงสัยกลับว่า ... -กรีนพีซ- เขาไม่มีทางรู้ได้หรอกว่า คนที่บริจาคเงินของเขานั้นทำธุรกิจอะไรกันอยู่บ้าง อาจจะทำธุรกิจนิวเคลียร์ที่เขาต่อต้านอยู่ก็ได้ ...ใช่ไหม?...


โดยคุณ : แก้ว กังหัน - [ 10 ส.ค. 2544 , 16:36:37 น.]

ความเห็นที่ 11

อ้อม ... ลืมอ้อมไปได้
ไหนๆ ลองมา hint หน้าตาฝาชีพี่ก่อนสิ
ว่าที่อ้อมรู้จักน่ะ หน้าตาประมาณไหน
จะเป็นฝาชีพี่หรือฝาชีคนอื่น เดี๋ยวมาบอก

**เขาไปอยู่แถวๆ -ปากพนัง- เมื่อ 11 ปีที่แล้วนะ หนูเกิดหรือยัง?**


โดยคุณ : คนข้างบน - [ 10 ส.ค. 2544 , 16:39:01 น.]

ความเห็นที่ 12

ไม่ชอบ CP ตั้งแต่ตอนทำเรื่องกุ้งครบวงจร
ความจริงมันก็ค้าขายละนะครับ
แต่เที่ยวนี้มันมากไป มีการแนะนำพันธุ์กุ้ง เอาผลผลิตต่อไร่มาล่อเป็นยอดเงิน แล้วก็ขายทั้งพันธุ์กุ้ง อาหาร ยา ครบวงจร แบบผูกขาด เพราะเจ้าเล็กๆไม่มีปัญญาไปทาบรัศมีแข่งด้วย ...สบายไป
เมื่อวานดูทีวี เจอสัมภาษณ์เรื่อง กุ้งช่วยชาติ มีนักวิชาการ แล้วก็ สส.คนหนึ่งไม่เห็นด้วย
อาจารย์ท่านนั้น ให้เหตุผลได้ดีมากครับ แม้ว่าจะไม่ใช่นักพูด
แต่อธิบดีกรมประมงนั่งพยักหน้า ku เห็นด้วย....อยู่หงึกๆ...จนพิธีกรเองก็ไม่ค่อยยอมให้ตอบ เพราะพี่แกจ้องแต่จะเห็นด้วย.....แบบออกนอกหน้า....

ถ้าคุณๆมาเห็นท่อ PVC สีฟ้า เส้นผ่าศูนย์กลางครึ่งฟุต เต็มไปหมดสองข้างทาง ตั้งแต่ อ.สทิงพระ อ.ระโนด จ.สงขลา
ยัน อ.หัวไทร อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช จะรู้เลยครับว่า เรื่องการเลี้ยงกุ้งนี้ ไปๆมาๆ มันควบคุมอันใดไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น หากฟังใครให้สัมภาษณ์ทางทีวี ว่า ควบคุมได้...อย่าไปเชื่อ...!
ท่อที่ว่านี้จะขนานไปกับทางน้ำ ลำคลอง ไม่ว่าสายเล็ก สายใหญ่.... ผ่านทะลุถนน ไปออกทะเลแบบจู่ๆก็โผล่ขึ้นมาบนหาดทราย
หาดทรายระโนดนั้น แม้ว่าจะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นทะเลที่สวยงาม สงบเงียบมาก
เดี๋ยวนี้ไม่สามารถลงเล่นในน้ำทะเลแถวนั้นแล้วครับ
นี่ยังไม่รวมถึงตะกอนเน่าๆ ที่โผล่มาขึ้นถึงหาดสมิหรานะครับ
ตอนนี้ สงขลาเราเลยมีน้ำทะเลสีใหม่...สีน้ำตาล
ใครที่หนังหนา ภูมิต้านทานหนักๆ ลงน้ำทะเลแล้วไม่คันก็โชคดีไป

ก็เลยไม่อยากอุดหนุน CP ไงครับ
ร้าน 7-Eleven นั้นก็ไม่ค่อยได้ตังค์ผมหรอก....
( แต่ UBC นั้นขอบอกว่า “จำใจ” เพราะสัญญาณทีวีที่บ้านไม่ชัด ถ้ามีเจ้าใหม่มาแข่งเมื่อไหร่ เราเผ่นทันที เรื่อง UBC นี่ คนทำสื่อน่าจะเขียนถึงนะครับ เป็น monopoly เจ้าเดียวในโลกที่ผู้บริหารยังทำงานได้ปกติสุข ทั้งที่ขาดทุนซ้ำซาก แล้วก็มาลงที่ผู้บริโภค

ปตท.นั้น เลิกคบมาตั้งแต่เรื่องแนวท่อก๊าซ ที่ผ่านเมืองกาญจน์แล้วครับ (ลงในสารคดี)
ปกติจะแวะใช้ห้องน้ำเท่านั้น ....เลยเปลี่ยนไปเติม เชลล์
เพิ่งรู้นะว่าคุณแก้วไม่ใช้เชลล์ เอาละสิ .....จะหนีไปหายี่ห้อไหนดี เพราะเอสโซ่ก็ใช่ย่อย

เรื่อง GMO นั้น ถ้าในแวดวงการยา มีใช้หลายตัวแล้วครับ ใช้มานานแล้วด้วย คงเคยได้ยินคำว่า Genetic Engineering...อย่างจำพวก Insulin / Growth Hormone
ถ้าพิจารณาในประเด็นของยา จะยอมรับเรื่องเทคนิคที่ใช้ได้มากกว่า เพราะมันเป็นเทคนิคทางวิทยาศาสตร์ อย่างอินซูลิน เดิมทีเราใช้วิธีสกัดจากหมู/วัว แล้วนำมาใช้ฉีดให้คนไข้ ...ซึ่งก็ใช้ได้แต่ว่ามีการแพ้เกิดขึ้นไม่น้อย อินซูลินจากเทคนิค Genetic Engineering จึงเรียกได้ว่ามีสูตรโครงสร้างทางเคมีเหมือนกับที่ร่างกายเราผลิตได้แบบเป๊ะๆ ที่ให้ผลิตภัณฑ์ที่มีผลข้างเคียงต่อการใช้กับร่างกายเราน้อยมาก จึงเป็นประโยชน์มาก
.....อันนี้เป็นเรื่องการนำเทคนิคการตัดต่อทางพันธุกรรมมาใช้โดยมีพื้นฐานเรื่อง “ความจำเป็น” ผมรับได้นะครับ

แต่เรื่องอาหาร GMO นั้น เหตุผลส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อการค้า เพื่อผลกำไรที่เพิ่มขึ้น แล้วก็สิทธิบัตร(...ทุเรศมาก)
ผมไม่เห็นด้วยเลย
....เหตุผลก็คือ มันเป็นการแสดงออกถึงความโลภของผู้ประกอบการ ...ไม่จำเป็นสำหรับผู้บริโภค
สะใจมาก ตอนมีข่าว GMO แล้วมันฝรั่งเลย์ ที่เคยขายจนเหี้ยนชั้นในทุกๆห้างฯ
ตอนนี้ถึงขนาด sale แล้ว sale อีกก็ยังเต็มอยู่อย่างนั้น แสดงว่าการตอบรับเรื่องนี้ ของคนบ้านเรายังใช้ได้
(แต่ก่อนหน้านี้ เราก็กินเลย์มาไม่น้อยเหมือนกัน...ด้วยความไม่รู้)
เห็นว่ากาแฟ Starbucks ก็เน้นรับซื้อแต่พันธุ์ที่เป็น GMO ล้วนๆ ราคาต่ำ ขายแก้วละร้อยแล้วยังกำไรไม่พอ...
..............
แต่เท่าที่คุยๆกับเพื่อนที่เป็นอาจารย์ เขาบอกว่า...เรื่องอาหาร GMO นี่ในเมืองนอก...หลบยาก(ว่ะ)
ถ้าจะหลบกันจริงๆจังๆ อาจถึงขั้นต้องปลูกข้าวกินเอง
บ้านเรายังโชคดีพอควร ที่ยังพอเลือกได้บ้าง..... แต่ก็คงต้องรีบเผยแพร่ เรื่อง GMO Awareness ให้ต่อเนื่อง

เรื่อง Green Peace คิดว่ามันเป็นสองด้านของเหรียญ เช่นเดียวกับที่คุณแก้วว่ามา...
เฮ้อ ....เรื่องอัตตานี่มันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ...


โดยคุณ : อ้วน ลมโชย - [ 11 ส.ค. 2544 , 08:33:23 น.]

ความเห็นที่ 13

วันนี้ไม่มีเวลาค่ะ แต่จะค้างเรื่อง ซีพีไว้
ฟาร์ม อ้อม อยู่ติดกับฟาร์ม ของซีพี
เดี๋ยวจะกลับมานินทา


โดยคุณ : อ้อม - [ 11 ส.ค. 2544 , 10:08:18 น.]

ความเห็นที่ 14

เรื่องเลี้ยงกุ้ง แบบระบบปิด มีการบำบัดน้ำอะไรเนี่ย
ทำได้เฉพาะฟาร์มใหญ่ๆ เงินทุนสูงๆค่ะ
ชาวบ้าน เกษตรกร ที่เลี้ยงๆกันอยู่ คงไม่สามารถทำได้
เพราะถ้าจะทำ คงต้องวางระบบออกแบบบ่อกันใหม่

เขาตั้งโครงการ อ้าแขน - อ้าปาก- เอาใจ นายทุน มากเกินไป
เฮ้อ ...


โดยคุณ : บีบี - [ 11 ส.ค. 2544 , 10:25:12 น.]

ความเห็นที่ 15

ปั๊ม Q8 เป็นปั๊มเล็กๆ น้ำมันถูกดี แต่ไม่มีมินิมาร์ทล่อใจยามหิว
เราใช้ปั๊มนี้ประจำอยู่ที่นี่ ส่วน-ส้วม- นี่เข้าทุกปั๊มเหมือนกัน
ไม่เคยเลือก โดยเฉพาะเวลาเดินทางไกล

อืม...พี่อ้วน สินค้าไม่ GMO ที่นี่มีเยอะนะคะ
เพราะว่า กระแส organic กำลังแรง
คนปลูกผักไม่ใช้สารเคมีเยอะขึ้น
อีกอย่างเขามีการรณรงค์ให้คนกินผักตามฤดูกาลด้วย
ฟาร์มไก่ ฟาร์มเลี้ยงหมูก็มีแบบเลี้ยงธรรมชาติ
สินค้าพวกนี้เขาจะติดป้ายว่า scharrel
คือ ได้มาจากสัตว์ที่ไม่เลี้ยงแบบถูกกักขังในกรง
เดินคุ้ยหาอาหารตามธรรมชาติ ผสมกับอาหารเลี้ยง
กล้ามเนื้อสัตว์จะแน่นกว่าสัตว์ที่เลี้ยงในฟาร์ม
ที่บ้านเราซื้อกินประจำคือ ไก่ - ไข่ scharrel

ส่วนสินค้า -ออแกนนิก- นี่มีขายอยู่ทั่วไปในทุกซูเปอร์มาร์เก็ต
ทั้งขนมปัง ข้าว มันฝรั่ง แยม คุ้กกี้ ... ฯลฯ
ราคาแพงกว่าสินค้าธรรมดานิดหน่อย
ทั้วยุโรปเขาใช้ตรา EKO เป็นเครื่องหมายบอกร่วมกันค่ะ

ไก่ฟาร์ม ซีพี นี่เรากลัวมาตั้งนานแล้ว
กลัวกินมากๆ แล้วจะ -โนตม- เพราะมีฮอร์โมนสะสม

บางช่วงกินถั่ว กินผัก กินอาหารเจบ้าง
ก็ช่วยให้หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไปได้เยอะ
ในชีวิตประจำวัน หากต้องกินอาหารนอกบ้าน
บางทีก็เลือก-หลบยากเหมือนกัน
ถ้าตรงไหนรู้แล้ว ทำได้ก็พยายามทำ

อ๋อ ... มันฝรั่งเลย์ โดนถีบส่งมานี่เอง
แต่ก่อนแถวนี้ไม่มีขายนะ เพิ่งจะมาเห็นเมื่อต้นปีนี้เอง
ปกติที่นี่เขาไม่ค่อยมีสินค้าจากอเมริกาขาย
จริงๆ ไม่ค่อยมีสินค้าต่างประเทศขายมาก
หมายถึง พวกของใช้ในชีวิตประจำวัน
คนที่นี่ส่วนใหญ่ใช้-โลคัล แบรนด์-

ยังเคยคุยถึงเรื่อง กาแฟสตาร์บัคส์ กับเพื่อนชาวอเมริกันว่า
ถ้าจะเปิดตลาดที่นี่ คงจะรวยยาก
เพราะว่า รสชาติกาแฟแบบอเมริกันกับกาแฟดัทช์ไม่เหมือนกัน
อเมริกันกาแฟจะใสๆ ... ดัทช์กาแฟจะเข้มๆ
อีกอย่าง คนที่นี่ไม่นิยมดื่มกาแฟราคาแพงนัก
เขาไม่ได้ติดกับยี่ห้อ ร้านกาแฟเล็กน่ารักน่านั่งที่นี่เยอะไป
ตามร้านกาแฟทั่วไป ราคา-คาปุชชิโน่-แก้วละ 50 บาท
ถ้ากาแฟธรรมดาแค่ 45 บาท ... ถูกกว่าที่เมืองไทยซะอีก
แถมคุ้กกี้ หรือชอกโกแลต 1 ชิ้น ทุกแก้วด้วยนะ

กลับไป ได้ไปลองหย่อนก้นที่ -สตาร์บัคส์- มา 2 สาขา
สั่งก็สั่งไม่ถูก พอเขาบอกราคา ก็แสนจะตกใจ -แพงสัดๆ
ไม่รู้คนไทยใจกล้ากินเข้าไปได้อย่างไร -บ่อยๆ
แก้วละเหยียบร้อยอย่างนั้น ... ชงกินเองดีกว่าอีกนะ


โดยคุณ : แก้ว กังหัน - [ 11 ส.ค. 2544 , 19:46:44 น.]

ความเห็นที่ 16

เอามาฝากค่ะ

http://www.purefood.org/

เปิดมาจะเห็น Frankenbucks ก่อนเลย

(อาจทำลิงก์ไม่ได้ ขออภัยค่ะ)


โดยคุณ : ภัควดี - [ 12 ส.ค. 2544 , 11:33:54 น.]

ความเห็นที่ 17



จากเว็บที่คุณภัคแปะไว้ เข้าไปจะเห็นป้ายแคมเปญเตือนผู้บริโภค ที่ชอบดื่มกาแฟสตาร์บัคส์ว่า รับผลิตผล GMO ไปไม่รู้เท่าไหร่

เขาแนะนำให้คนหันมาดื่มกาแฟออแกนนิก
มีผลิตภัณฑ์ของ fair trade รวมอยู่ด้วย
ซึ่งเราเคยเล่าไปให้ฟังเมื่อกระทู้ก่อนๆ ว่า
ทุกเมืองที่นี่ มีร้านขายสินค้าของ fair trade
และ สนง. ใหญ่ ของแฟร์ เทรด นั้น อยู่ใกล้ๆบ้านเรานี่เอง
ใครว่างๆ มาเที่ยว + ชอปอาหารของแฟร์ เทรดที่นี่สิ

อ้อ ... อีกนิด บริษัทที่เข้าไปส่งเสริมการปลูกกาแฟในบางที่
เช่น ในบราซิล ในโคลัมเบีย แถบอเมริกาใต้ทั้งหลาย
ยังมีส่วนทำให้ป่าฝนเขตร้อนลดน้อยลงด้วย
มีองค์กรอีกชื่อนึง (นึกชื่อไม่ออกตอนนี้)
เข้าไปให้การสนับสนุนไร่กาแฟธรรมชาติของชาวบ้านในเขตนั้น
และจัดตั้งเป็นสหกรณ์การตลาด แพคมาขายที่ฝั่งยุโรป
เป็นอีกทางเลือกนึง ราคากาแฟของสมาพันธ์ชื่อนี้ จะแพงกว่า กาแฟธรรมดาทั่วไป ...หาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตด้วยเช่นกัน

เขารณรงค์ว่า ถ้ารักป่า ก็โปรดกินกาแฟที่ไม่รุกรานพื้นที่ป่าสงวน


โดยคุณ : แก้ว กังหัน - [ 12 ส.ค. 2544 , 17:56:38 น.]

ความเห็นที่ 18


ผมเคยอ่านหนังสือ “รินหัวใจใส่กาแฟ : Pour your Heart into it”
คนเขียนคือ Howard Schultz ผู้ทำให้ Starbucks ดังแบบพลุแตกไปทั่วโลก
(ความจริงร้าน Starbucks ก็เป็นร้านกาแฟเล็กๆของเพื่อนสองคนใน Seattle เท่านั้นเอง)
ตอนอ่านหนังสือก็ชอบวิธีการทำงานของเขามากเลยครับ
เข้าใจผสมผสานเรื่องการออกแบบ การตกแต่ง Lifestyle และการโฟกัสไปที่กลุ่มเป้าหมาย
ตอนนั้นนึกในใจว่า สงสัยเราคงต้องลองอุดหนุนดู ว่ามันมีดีตรงไหน(วะ)
ก็มีโอกาสได้กินจริงๆ ...นั่นละครับ
กินแล้วก็ไม่เข้าใจ....ไม่เข้าใจจริงๆ
ว่าทำไมเขาถึงตั้งราคาซะเว่อร์สุดๆปานนั้น แถมยังขายได้ดิบดี
เรื่องน่าแปลก คือ Starbucks ไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากมายในยุโรป
เฉพาะที่อเมริกา แล้วก็เอเชียเท่านั้นที่ตามแห่กันจนทะลุเป้า....

เรื่อง GMO บ้านเรายังไม่บรรลุข้อตกลงเรื่องฉลากเลยแก้ว.....
ไม่รู้ว่าอะไรง้างอยู่....?


โดยคุณ : อ้วน ลมโชย - [ 12 ส.ค. 2544 , 21:32:02 น.]

ความเห็นที่ 19

ปล. กาแฟสตาร์บั๊คแก้วนั้น เป็นแก้วแรก และแก้วเดียว (จริงๆ)


โดยคุณ : อ้วน ลมโชย again... - [ 12 ส.ค. 2544 , 21:42:11 น.]

ความเห็นที่ 20

หว่า ผมเคยไปกินกาแฟสตาร์บัค แก้วนึง
ก็ตอนที่พี่แก้วมาเมืองไทยนั่นแหละ
จะมีผลกระทบอะไรไหมหนอ.....(คิดมาก)

ตอนนี้มีข้าวสำเร็จขายที่ 7-11 ไม่แน่ใจว่า ข้าวและพืชที่เอามาทำจะใช่ GMOs รึเปล่า อดคิดมากไม่ได้ เพราะกินบ่อย

แต่บางทีก็คิดว่าเราไม่ได้อยู่ถึงร้อยปีซะหน่อย คิดมากไปได้

เฮ้อ...ตกลงคิดทำไม...


โดยคุณ : c4 - [ 12 ส.ค. 2544 , 23:53:15 น.]

ความเห็นที่ 21

อ้อม เดิน เล็ง ข้าวสำเร็จที่ 7-11 แล้วหลายรอบเหมือนกัน
ปัญหาที่ยังไม่ยอมหยิบ ไม่ได้อยู่ที่ GMOs หรือเปล่า
ปัญหาตอนนี้อยู่ที่ราคาค่ะ
แต่ถ้าไม่มีเวลา รีบๆด่วนก็สะดวกดีนะ
เรื่องการทำฟาร์มเลี้ยงกุ้งนี่ ไม่แน่ใจว่าเขาวิจัยอะไรกันแค่ใหน
แต่ที่รู้ๆคือพื้นที่แถวชายทะเล แถวนครนี่เน่าเสียหมดแล้ว 2 ฝั่ง
แถว ปากพนัง หัวไทร ระโนด นี่ ฝั่งทะเลน้ำเสียลงทะเลไม่ได้
(ลงไปก็คัน )วันดีคืนดี สีน้ำทะเล บางช่วงก็เป็นสีน้ำตาล(แบบเห็นๆ)
มีบ้านชายทะเล แต่นับครั้งการลงไปเล่นน้ำได้ เพราะลงไปทุกที ได้หายาทากันทุกที
ส่วนอีกฝั่งเลียบถนนที่เป็น คลอง เก่าเมื่อก่อนถนนเส้นนี้จะเป็นถนนที่สวยที่สุด อีกฝั่งเป็นทะเล
อีกฝั่งเป็นคลอง มีดอกบัว ไหลเป็นสาย ไปเป็นแนวหลายสิบกิโล
ตอนนี้ หมดสภาพทั้ง 2 ฝั่ง ท่าจะให้ดี เย็นๆ ลองเอามอเตอร์ไซด์ มาขับ สูดกลิ่น ดู
ไม่เวียนหัวกับกลิ่นเหม็นทั้ง 2ฝั่งนี่ก็เก่งแล้ว
และพื้นที่แถวนี้ ส่วนใหญ่ก็ตกเป็นอาณานิคมของซีพี หมดแล้ว มองไปทางใหนก็
เห็นมีธงซีพี ปักเป็นแถว
เมืองไทยนี่ดี นะ มี ทั่น *******เป็นเจ้าของผืนฟ้า
มี ทั่น *****เป็นเจ้าของผืนดิน


โดยคุณ : อ้อม - [ 13 ส.ค. 2544 , 10:11:21 น.]

ความเห็นที่ 22

เติมปั๊มบางจากค่ะ คุณอ้วน โทรศัพท์ที่บ้านเป็นของทีเอ แถม UBC อีก เอเราจะเข้าทำนองปากว่าตาขยิบหรือเปล่านี่ เรื่องกุ้งนี่ CP คงทำอะไรไม่ได้ถ้ารัฐบาล + ข้าราชการ เห็นแก้ผลประโยชน์ของประชาชนมากกว่ากระเป๋าตัวเองและพรรคพวก ตอนนี้อะไรก็ซีพี อาหารสัตว์ พันธุ์พืช ยา พันธุ์สัตว์ (เป็นหมันหมด คนเลี้ยงต้องซื้อตลอด) พันธุ์พืชที่รัฐเอาไปแจกชาวบ้านก็ปลอมปน ปลูกไม่ขึ้นมั่ง รู้มากไม่ดีหรอก หดหู่ น้องที่เขาทำงานด้านนี้บ่นว่า เมื่อไรเขาจะพอ แล้วหันมาทำอะไรเพื่อคนอื่นเป็นหลัก

ไมโลนี่ของชอบ คงต้องเลิกแล้วมั้งนี่

GMO ถั่วเหลืองบ้านเรานำเข้า คิดว่า GMO ทั้งนั้น น้ำเต้าหู้เอย เต้าหู้เอย อาหารสัตว์เอย GMO อีกเหมือนกัน ส่วนสัตว์ที่บ้านเรา + พืช คิดว่าเป็นการปรับปรุงพันธุ์มากกว่า


โดยคุณ : กุ้ง - [ 14 ส.ค. 2544 , 10:59:22 น.]

ความเห็นที่ 23

c4 ถ้าแภมีลูกวันไหน ไม่คิดก็ไม่ได้แล้วแหละ

คุณแก้ว เราว่าไอ้นักวิจัยแคนาดาคนนั้น ที่บอกว่าโลกเรายังสุขสบายอยู่น่ะ แกคงคิดแบบไม่มีพลวัตกระมัง ในเมื่อโลกยังไม่แตก แปลว่าโลกยังอยู่ได้ วันไหนโลกอยู่ไม่ได้ ถึงจะแปลว่าโลกอยู่ไม่ได้ นักวิจัยพวกนี้ เขียนอะไรให้อ่านยากๆ แต่พอไปดูสมมติฐานจริงๆแล้ว จะเห็นว่าห่วยแตกสิ้นดี อย่างที่คุณแก้ว แค่เบิ่งสองตาดู ก็เห็นอยู่ว่าโลกมันร้อน

เราว่านะ พวกผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์พวกนี้ ทำอะไรไม่เคยต้องรับผิดชอบ เหมือนที่เอากระดูกแกะไปป่นให้วัวกินจนกลายเป็นโรควัวบ้า ลองไหมล่ะ ทำวิจัยอะไรมา ถ้าอีกห้าปีสิบปีเกิดผลในทางเลวร้าย ตัวคนวิจัยกับบริษัทวิจัยต้องออกมารับผิดชอบทั้งทางแพ่งและทางอาญา ถ้ามีกฎหมายแบบนี้ ดูซิว่าจะกล้าปล่อยงานวิจัยออกจากห้องทดลองง่ายๆหรือเปล่า


โดยคุณ : ภัควดี - [ 14 ส.ค. 2544 , 12:22:25 น.]

ความเห็นที่ 24

ตอนไปสตาร์บัคส์ครั้งแรก เราก็ไม่ได้กินกาแฟนะ แต่กินโกโก้
วันที่สอง น้องโคคูนนัดเฮาไปกินกาแฟต่อ
โห... โง่เดินหาอยู่ตั้งนานว่า ร้านมันอยู่ตรงไหน
สรุปว่า เคยกินกาแฟยี่ห้อนี้ไปแก้วเดียวแหละ - แค่รู้ (ว่ามันแพง)
และคงไจไม่มีโอกาสได้เงินเฮาอีกแล้ว ... ขอบอกๆ

คุณภัค เรื่องงานวิจัยของคนแคนาเดี่ยนคนนั้น - ก็น่าสนใจดีอยู่
คือ มันเป็นงานวิจัยซ้อนวิจัยอีกที (ฝรั่งนี่ชอบทำอะไรแบบนี้)
รู้สึกว่า มันเป็นวิจัย -จับผิด- กรีนพรีซอีกต่อ
ซึ่งมองในอีกแง่มุมหนึ่ง เราก็ชอบอยู่นะ
เพราะว่า มันเป็นการตรวจสอบข้อมูลฝั่ง-กรีนพรีซ-อีกที
ซึ่งสำหรับคนรับสารเช่นเรา - เลือกรับและได้ประโยชน์หลายทาง
แต่ความจริงที่สัมผัสได้โดยตรง ควรเชื่ออะไรฝั่งไหน?
เราคิดว่า ตัวเราก็พอมีคำตอบให้ตัวเองอยู่พอควร

เนี่ย ...ก็เลยขอย้อนมาที่เรื่อง -ความไม่รู้เป็นเหตุ-
หลายครั้งเลยนะที่เราตกเป็นเหยื่อสังคม - ทางการบริโภค
เพราะว่า ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
เราเนี่ยใช่ว่าจะมายุใครให้แอนตี้ หรือเกลี่ยกล่อมให้คว่ำบาตรใคร
คือ เรารู้อะไรมาก็บอกมาเล่าต่อ ใครสะดวกตรงไหนก็ทำไป
บางทีเราก็อย่างทำ แต่เราก็ทำได้ไม่สำเร็จสักกี่อย่างหรอก
เพราะเงื่อนไขหลายๆ อย่าง แต่ถ้าไอ้ที่รู้และพอหลบหลีกได้เนี่ย
จะพยายามหลบ... อย่างสินค้า GMO หรือกาแฟยี่ห้อนึง
เมื่อรู้ทั้งรู้ ... เราจะไปหลงระเริงกับค่านิยมแพงๆ ผิดๆ ทำไม?


โดยคุณ : แก้ว กังหัน - [ 15 ส.ค. 2544 , 03:58:34 น.]

ความเห็นที่ 25

เรื่องฮ็อตฮิตเรื่องต่อไป.......
กรณี ....Stem Cell ที่ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการค้นคว้าทดลองต่อไปในอเมริกา
ที่เป็นแหล่งค้นคว้าวิจัยวิทยาศาสตร์ชีวภาพที่ดีที่สุดในโลก
เรื่องนี้อธิบายยากหน่อยครับ ....ประมาณน้องๆโคลนนิ่ง เพียงแต่ไม่ได้ออกมาเป็นตัวคนทั้งคน
( ลองอ่านเพิ่มเติมได้ใน เนชั่น สุดฯ ไม่ก็ มติชน สุดฯ เล่มใหม่ )
ข้อดีมีไม่น้อย ....แต่ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนก็มาก
อ่านจบ ก็เห็นด้วยกับบรรทัดของคุณภัคฯที่ว่า.......
“ ....ทำวิจัยอะไรมา ถ้าอีกห้าปีสิบปีเกิดผลในทางเลวร้าย ตัวคนวิจัยกับบริษัทวิจัยต้องออกมารับผิดชอบทั้งทางแพ่งและทางอาญา ถ้ามีกฎหมายแบบนี้ ดูซิว่าจะกล้าปล่อยงานวิจัยออกจากห้องทดลองง่ายๆหรือเปล่า ”
ตอนนี้ กระแสกุ้งช่วยชาติโดน ข่าวน้ำป่าถล่มที่เพชรบูรณ์ กับน้ำท่วมเหนือ+อีสาน กลบจนมิด
ซึ่งก็น่าจะมิดอยู่หรอกครับ
เพราะภาพข่าวที่เห็นนั้นมันทำให้เราเศร้าซะยิ่งกว่า ....เศร้าแบบพูดไม่ออก บรรยายไม่ถูก

บางที คนเรามักจะเปรียบเปรยกันไปว่า....ธรรมชาติลงโทษ
แต่ผมคิดว่า เราน่าจะสรุปกันได้สักที เพื่อหาวิธีการแก้ไข+ป้องกัน
......ว่าที่เป็นเช่นนั้นน่ะ มันก็ “น้ำมือมนุษย์” เราด้วยกันเองทั้งนั้น.....


โดยคุณ : อ้วน ลมโชย - [ 15 ส.ค. 2544 , 07:51:14 น.]

ความเห็นที่ 26

ปัญหาของ GMO อย่างหนึ่งก็คือ เราไม่มีการวิจัยจากห้องวิจัยที่เป็นกลางไม่สังกัดบริษัทเลย การวิจัยที่ไม่ได้รับทุนจากภาคเอกชนเพียงครั้งเดียวที่เกิดขึ้น คือของนายปุ๊ดสไต (ไม่รู้ออกเสียงถูกหรือเปล่า อิอิ) ที่ได้ผลลัพธ์ออกมาว่าหนูที่กินมันฝรั่งผ่านกระบวนการวิศวพันธุกรรม จะมีภูมิต้านทานลดลงและมีปัญหาทางร่างกาย พอข่าวออกมา นายปุ๊ดสไตเลยถูกไล่ออกจากสถาบันนั้นไปเลย เพราะสถาบันนั้นได้รับเงินทุนจากมอนซานโต นับแต่นั้นมา เราก็ยังไม่เคยมีงานวิจัยที่เป็นกลางอีกเลย


โดยคุณ : ภัควดี - [ 15 ส.ค. 2544 , 09:11:46 น.]

ความเห็นที่ 27

คุณแก้ว แต่เราก็ไม่ใช่ว่าจะชื่นชมพวกกรีนพีซ (พีซค่ะ ไม่ใช่ พรีซ พี่ miemuang ไม่มา น้องภัคปฏิบัติการแทน) ไปหมดทุกอย่าง พวกนักกิจกรรมนี่เราชื่นชมนะคะ แต่เราก็ไม่คบเป็นเพื่อน :P นึกภาพออกที่คุณแก้วเล่าว่าไปสัมภาษณ์ ที่เราบ่นเรื่องนักวิจัยแคนาดาคนนั้น เพราะเดี๋ยวนี้เป็นโรคอะไรไม่รู้ ขึ้นชื่อว่าผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย นักวิชาการ เราจะเบื่อ+หมั่นไส้มาก ตอนนี้อาการนี้กำลังเป็นโรคประจำตัวที่กำเริบบ่อย

สงสัยคุณอ้วน คุณแก้ว กับเรา น่าจะตั้งชมรมกาแฟสตาร์บั๊คแก้วเดียวนะ เคยกินแก้วเดียวเหมือนกัน ไม่อร่อยด้วย


โดยคุณ : ภัควดี - [ 15 ส.ค. 2544 , 09:24:24 น.]

ความเห็นที่ 28

แหะ ... เขียนไปแบบไม่มีการตรวจทาน - รัวคีย์บอร์ดกระหน่ำ
ติดกระดกลิ้นรัว ร. เรือ เป็นเหตุ เลยถอดคำออกมาเกินความจำเป็น

ขอบคุณ คุณภัคมาช่วยกันตรวจการ
ขอแว่บก่อน เดี๋ยวจะมาคุยต่อนะ


โดยคุณ : แก้ว กังหัน - [ 15 ส.ค. 2544 , 14:52:50 น.]

ความเห็นที่ 29

แหะๆ...อ่านกระทู้นี้แล้วก็เพิ่งรู้ว่าสินค้าบางอย่างเป็น GMO
ด้วย -ความไม่รู้เป็นเหตุ- อย่างที่แก้วว่า
...รู้ดีกว่าไม่รู้เนอะ...ส่วนทำได้แค่ไหนมันอีกเรื่องหนึ่ง

อ้อ...เพิ่งเคยเข้าสตาร์บั๊คอยู่หนเดียวเหมือนกัน


โดยคุณ : ยำn (เล่นมั่งสิ) - [ 15 ส.ค. 2544 , 20:36:32 น.]

ความเห็นที่ 30

มาสนับสนุนคุณภัคฯ เช่นกัน....เรื่องความเป็นกลาง
และยืนยัน ...เรื่องที่ว่าการวิจัยต่างๆนานาสมัยนี้ เขาได้ทุนมาจากเอกชนทั้งสิ้น ....ในทุกสาขาวิชา

เล่าให้ฟังอีกหน่อยด้วยครับว่า
อย่างผลิตภัณฑ์ยาต่างๆนั่นก็จะมีงบสนับสนุนการวิจัย ให้ทั้งอาจารย์ทั้งนักศึกษากันแบบไม่อั้น วิจัยเสร็จไม่พอ มีการออกมาเขียนเชียร์กันทางวารสารวิชาการให้อีก
ไปๆมาๆ วารสารต่างๆที่เคยได้รับการเชื่อถือ ก็เลยพลอยมัวหมองไปด้วย เพราะบังเอิญไปลงบทความที่เชียร์ยาบางตัวอย่างออกนอกหน้า มีการนำไปอ้างอิง มีผลประโยชน์ แต่ใช้ไปใช้มาสักพัก...เจอผลข้างเคียงที่อันตราย
กลายเป็นข้อกังขาเรื่อง จุดยืน ความโปร่งใส และเจตนา
เวลาอ่านเรื่องแบบนี้ เราก็ต้องดูใน Reference ว่า มันมีชื่อบริษัทฯใดอยู่บ้าง...ให้อนุมานไว้ก่อนว่าไม่เป็นกลาง
ใช้วิธีชั่งน้ำหนักเอาแบบ เชื่อตัวเองไว้ก่อน แล้วก็ไม่ต้องไปปักใจเชื่อมากนัก เก็บไว้ดูกันยาวๆ และก็ต้องติดตามอย่างสม่ำเสมอ


เชื่อหรือเปล่าครับว่า ระยะหลังๆเนี่ย..มียาที่ผ่าน FDA ออกมาวางขาย โฆษณากันครึกโครม แต่แล้วก็ถูกถอนทะเบียนกันในระยะเวลาอันสั้น ที่สำคัญคือ มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยเหลือเกินในระยะหลังๆ
.........
วกมาเรื่องอาหาร GMO
เมื่อก่อนนี้ผมชอบกินมันฝรั่งพริงเกิ้ลส์ ของ Procter & Gamble มาก เพราะมันหาซื้อง่ายแถวๆบ้าน สะดวกดี
ตอน Lays ออกใหม่ๆ ก็กินกับเบียร์เกือบทุกวัน แต่พอมารู้ทีหลังว่าเป็น GMO ....เซ็งมาก
โกรธมากด้วย รู้สึกว่า....โอ้โห...งกชิบเป๋ง...
เลิกกินไปเลยครับ... หักดิบ !

เชื่อไหมครับว่าพวกผู้บริหารองค์กรใหญ่ๆ ที่เราเห็นในข่าว ...บนปกนิตยสารต่างๆนานา...เขา happy กับเรื่อง
การคัดเลือกสายพันธุ์ด้วยเทคนิค Genetic Engineering นี่มากเลย ...เพราะมันทำให้เขาสามารถควบคุมทั้งต้นทุน และคุณภาพของวัตถุดิบได้อย่างชะงัด เป็นการลดความเสี่ยงระยะยาวของผลประกอบการบริษัทฯ แบบอมตะนิรันดร์กาล ทำงานสบาย ...ตรงตามทฤษฎีการบริหารจัดการเป๊ะๆ
ที่เหนือกว่านั้นก็คือเรื่องของ “ลิขสิทธิ์” ในสายพันธุ์ที่หมายถึง “การผูกขาด” โดยปริยาย...

เมื่อมนุษย์ เริ่มรู้จักวิธีการล้อเล่นกับธรรมชาติ
.....ปัญหาลิขสิทธิ์ ความน่าเคารพในแง่ของการเป็นผลของความเหนื่อยยากจากการค้นคว้าวิจัย กลายเป็นเรื่องสองด้านของเหรียญ ไปโดยอัตโนมัติ
เมื่อ“ความโลภ” เข้ามาเป็นตัวเอก....ไปๆมาๆ ประเด็นต่างๆมันก็ถูกนำด้วยผลประโยชน์มากกว่าคุณธรรมอยู่นั่นเอง................อย่างนี้แหละครับ ที่เขาเรียกว่า Creative Destruction

เรื่อง GMO นี่ ท่านที่ยังไม่ค่อยสนใจ น่าจะรีบสนใจนะครับ เพราะมันเป็นเรื่องน่าสนใจมากๆ
เป็นเรื่องระยะยาว แล้วก็ผลกระทบระยะยาวมันยังไม่ออกมา
พืช GMO บางรายการอย่างเช่น ฝ้าย ที่เราแม้ว่าจะไม่ได้นำมากิน แต่พบว่า ฝ้าย GMO บางสายพันธุ์มีผลต่อกระบวนการสืบพันธุ์+กลายพันธุ์ของแมลง และผีเสื้อบางชนิด ซึ่งก็ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อาหาร

...หรือถึงแม้ว่าในวันข้างหน้า ที่เราจะรู้แน่ว่าอาหาร GMO ชนิดใด มีผลกระทบอะไรแค่ไหนอย่างไรต่อร่างกาย
แต่กว่าจะถึงวันนั้น กระบวนการตรวจสอบ การเชื่อมโยงผลกระทบต่างๆของผลิตภัณฑ์แต่ละตัวในแง่รายละเอียด จะกระทำได้ยากและสิ้นเปลืองมาก (ในทางปฏิบัติ)

จำได้ว่าเคยเขียนๆไว้ในกระทู้เก่าๆ ว่าบ้านเรานี่โชคดีมาก
มีผักริมรั้วมากมายให้กินกันไม่รู้จบ พอจะหลบเรื่อง GMO ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว


โดยคุณ : อ้วน ลมโชย again... - [ 17 ส.ค. 2544 , 00:26:54 น.]

ความเห็นที่ 31



เรื่อง GMO ผมว่าคงคุยกันยาวครับ

ผมยังคิดอยู่เลยว่า โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง( AIDS ) อาจเกิดจากการทดลอง (นานมาแล้ว) และทำให้พันธุ์กรรมของมนุษย์ เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล โดยไม่อาจย้อนกลับไปได้

และการทดลองไม่ได้มีเพียงแค่อย่างเดียว มีเป็นร้อยเป็นพันอย่าง

ไม่แน่นะครีบว่าต้นกระถินริมรั้วข้างบ้านเรา อาจจะกลายเป็นพืช GMO ตั้งแต่รุ่นพ่อ-แม่เรา

แต่ก็อย่างว่าแหละครับ มันพิสูจน์ไม่ได้ มันหาตัวต้นแบบจริงๆไม่ได้ หรือถ้าหาได้เราจะเชื่อได้ไงว่ามันคือต้นแบบจริงๆ

มาลงเอยกับคำพระพุทธเจ้าที่ว่า "ทุกสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลง เป็นอนิจจัง"

และตามด้วย ทุกขัง อนัตตา

:)




โดยคุณ : แภ (ผมว่านะ:) - [ 17 ส.ค. 2544 , 07:05:46 น.]

ความเห็นที่ 32

จะเห็นว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณธรรม (ฝันเฟื่องอีกแล้ว) ถ้านักวิจัย ผู้บริหาร เจ้าของทุน มีมโนธรรม เรื่องร้ายๆคงไม่เกิด


โดยคุณ : กุ้ง - [ 17 ส.ค. 2544 , 08:57:08 น.]

ความเห็นที่ 33

ตอนนี้หนูกำลังรวบรวมข้อมูลเรื่อง GMO นี้ทำสัมนาอยู่ ใครมีข้อมูลขอความกรุณา ส่งมาที่ emailนี้ด้วยนะคะ
epop38@hunsa.com


โดยคุณ : ju????????????? - [ 7 ส.ค. 2547 , 14:42:18 น.]

ร่วมบันทึกเพิ่มเติมค่ะ



โดยคุณ
email
ICQ