ลานสามัญชน
.

ทำไมคนไทยภาษาไทย "อ่อนแอ"?

กำลังเปิดหาเรื่องเก่าๆ ทางโบราณคดีอ่าน
ไปเจอ บทความ ทำไมคนไทยภาษาไทย "อ่อนแอ"? ในนิตยสาร -ศิลปวัฒนธรรม-
เมื่อเดือน ก.ย. 2543 ...

เป็นบทความสั้นๆ อ่านแล้ว ก็ฉุกคิดถึงตัวเอง คือ ตัวเราเองก็ภาษาไทยอ่อนแอ โดยเฉพาะเรื่องการเขียนตัวสะกด เห็นว่า เรื่องนี้ก็น่าสนใจดี นอกจากเรื่องพูดไทยไม่ชัด (เราพูดชัดนะ แต่พูดไม่ค่อยเพราะรูหู :)

ลองอ่านกันดู เผื่อจะมีเรื่องมาคุยกัน...

แก้ว กังหัน
1 ต.ค. 2544 , 15:42:34 น.


ความเห็นที่ 1

ทำไมคนไทยภาษาไทย "อ่อนแอ"?

ผู้ต้องหาในคดีของการทำภาษาไทย "วิบัติ" โดยมากตกอยู่แก่สื่อมวลชน ด้วยมีอิทธิพลต่อวัยรุ่นเป็นอย่างมาก ทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน ซึ่งปัจจุบันไม่เพียงปัญหาของการกระดกลิ้น หรือออกเสียงควบกล้ำไม่ชัดเจน แต่ยังออกเสียง ช ช้าง เป็น ch หรือ ร เรือ เป็น r

มณฑานี ตันติสุข ในฐานะนักจัดรายการวิทยุ ยอมรับว่าสื่อมวลชนโดยเฉพาะนักจัดรายการวิทยุมีอิทธิพลต่อวัยรุ่นมาก

"การจะเปลี่ยนลักษณะการใช้ภาษาไทยของสื่อมวลชนในปัจจุบันอาจจะช้าเกินไปแล้ว เพราะเรื่องของการใช้ภาษาไทยนั้นเป็นเรื่องใหญ่ แม้จะมีการจัดสัมมนาเป็นร้อยครั้งก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ เพราะไม่ได้แก้ไขที่ต้นตอ ซึ่งสิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือ การปรับคนรุ่นใหม่"

ปัญหาของการใช้ภาษาไม่ได้มีแค่ประเทศไทย แม้แต่ญี่ปุ่นซึ่งใช้ภาษาอังกฤษอย่างแพร่หลายก็มีปัญหาในการใช้ภาษาอังกฤษ คือใช้ภาษาอังกฤษจริง แต่อังกฤษแบบญี่ปุ่น กระทั่งไม่สามารถสื่อสารกับภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาต้นแบบและเป็นภาษาสากลได้ ปัจจุบันญี่ปุ่นจึงต้องปรับปรุงการใช้ภาษาอังกฤษเสียใหม่

การจะปฏิวัติการใช้ภาษาของเด็กไทยจำเป็นต้องเข้าใจระบบการวิวัฒน์และการเปลี่ยนแปลงของภาษา ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น ๕ แบบ คือ ภาษาพูด ภาษาเขียน ภาษาอ่าน คำศัพท์ และราชาศัพท์หรือศัพท์เฉพาะ การใช้ภาษาควรคำนึงถึงวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมาย เช่น การใช้คำว่า "โอ้โห เจ๋งเด็ดไปเลย" พูดกับวัยรุ่นจะได้ผลเชิงจิตวิทยามากกว่าคำว่า "ดีมาก" หรือการใช้ศัพท์เฉพาะ เช่น ชื่อประเทศก็ควรทับศัพท์ตามเสียง

"สาเหตุที่เด็กใช้ภาษาไทยอย่างผิดๆ นั้นประการหนึ่งคือ การที่พ่อแม่ไม่ยอมให้เด็กอ่านหนังสืออย่างอื่นนอกจากตำราเรียน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการอ่านหนังสือจะช่วยเปิดความคิด เปิดหัวสมองให้กับเด็ก

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าหนังสือในบ้านเรานั้นมีราคาแพงมาก รัฐบาลน่าจะสนับสนุนการอ่านโดยการหาหนทางที่จะช่วยให้หนังสือราคาถูกลง และเกิดความแพร่หลายของร้านหนังสือ กล่าวได้ว่าเมืองไทยนั้นมีร้านหนังสือน้อยมาก เมื่อเทียบกับในต่างประเทศ อาทิ อินเดียประเทศที่ประชาชนยากจน แต่เป็นสวรรค์ของนักอ่านหนังสือก็ว่าได้ เป็นแหล่งของหนังสือดีราคาถูก มีร้านขายหนังสือทุกหัวถนน หรือประเทศเนปาลก็เช่นกัน

ในประเด็นของระบบการเอื้อความรู้ก็สำคัญ โรงเรียนไทยไม่ได้สนับสนุนให้เด็กนำวรรณกรรมสมัยใหม่มาสร้างกิจกรรม เช่น โดยการเล่นละคร ให้นักเรียนอ่าน เขียน พูด คือให้นักเรียนได้คลุกคลีกับตัวหนังสือ ขณะที่ห้องสมุดก็ไม่ค่อยจะมีกิจกรรมดึงดูดให้คนเข้าไปหาความรู้"

แน่นอน เรื่องของภาษาไทยนั้นเป็นเรื่องใหญ่ ที่ทุกคนต้องช่วยกันอย่างเต็มที่ถ้าต้องการให้การใช้ภาษาไทยของคนไทยในปัจจุบันดีขึ้น ซึ่งประการแรกก็คือ การเลิกนิสัยขี้หมั่นไส้ และชอบวิพากษ์วิจารณ์

อย่างน้อยถ้าตั้งใจพูดจาชัดถ้อยชัดคำแล้วไม่ต้องเกรงต่อการถูกประชดประชันจากคนรอบข้าง ก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี


โดยคุณ : แก้ว กังหัน - [ 1 ต.ค. 2544 , 15:43:45 น.]

ความเห็นที่ 2

มาประเดิมค่ะ
อ้อม ว่า เรื่อง พูด อ้อมชัดมาก (เสียแต่ว่า ค่อนข้างจะเป็นคนพูดเร็ว) บ่อยครั้งที่ คนฟัง ขอให้ พูดใหม่ เพราะ หล่อนจะ คล่อง ลิ้นมากค่ะ ปร๋อออ ตลอด
แต่ เขียน ผิด นี่ ผิด จริงๆ ผิดจนเบื่อตัวเองไปเลยเหมือนกัน
แต่ เราก็มีข้อดีนะ คือ รู้ คำศัพท์เก่าๆเยอะ ความหมายคำ อะไรเทือกๆนี่แหละค่ะ ค่อนข้างจะตี แตก แบบว่า เป็น คน อ่านวรรณคตี รู้เรื่อง พวก ร ล ควบกล้ำ นี่เพราะ เป็นคนใต้มั่งค่ะ เลยชัด
แต่ พวก ง ฮ อ้อมก็ok นะ (ชม ชม)
อ้อมว่า นักร้อง นี่แหละ ตัวดี เลย ทำภาษาวิบัติ
แล้ว เดี๋ยวนี้ พูดไทย คำอังกฤษ คำ นี่ ใช่เลย กำลังอินเทรน


โดยคุณ : อ้อม - [ 1 ต.ค. 2544 , 16:42:10 น.]

ความเห็นที่ 3

เมื่อคืนนี้..นั่งดูทีวีประกวดรางวัลดาราทีวี..ของฝรั่งเศส...ก็ตะหงิดๆในใจว่าเอ..ทำไมพีธีกรถึงพูดฝรั่งเศสแล้วสลับกับบาง
คำเป็นอังกฤษ(ว่ะ)...แล้วก็นึกได้ว่า..ทุกภาษาก็คงจะเป็นแบบ
นี้เช่นกันหละน่ะ..
แต่ที่ว่าภาษาไทยของเราอ่อนแอนี่...สำหรับผมแล้ว..คิดว่าตัวเองอ่อนมาแต่ไหนอยู่แล้ว..เพราะตอนสมัยเป็นนักเรียน.ไม่ได้ชอบอาจารย์คนที่สอนวิชาหลักภาษาไทยมากนักก็เลยไม่ให้ความสนใจในวิชานี่มากนัก..ก็เลยไม่ค่อยจะรู้มาก...แต่ก็ชอบอ่านชอบจำ...แต่ไม่รู้ว่าจำอะไรมาบ้าง...ทุกวันนี้ก็เลยมีปัญหาเวลาเขียนนี่..บางทีเขียนอยู่ดีๆก็ไม่รู้ว่าคำนี้สะกดยังงัย...บางทีไม่รู้..บางทีก็ไม่มั่นใจว่าสะกดถูกหรือเปล่า...และอีกอย่างคิดว่าความรู้เรื่องหลักภาษาไทยนั้น..ขึ้นสนิมแล้ว.

.ส่วนเรื่องการพูดนั้น..เป็นคนที่พูดเร็วมาก(เป็งสังลางอยู่เลี่ยว)...
บางทีคุยกับเพื่อนฝรั่งนี่เขาต้องถามว่าพูดอะไรน่ะ..เราก็พลอยนึกว่าตัวเองพูดไม่ถูก..แต่เขาบอกว่าพูดเร็วไป..

ดัดจริตมั๊ย...?..ตอบได้เต็มปากเลยว่าไม่....ถึงจะจากบ้านมานานสิบกว่าปี...เวลาโทรกลับบ้าน..คุณแม่ท่านยังร้องให้เลยแล้วถามว่า..."มึ-งไปอยู่เมืองนอกนานแล้ว..ทำไมมึ-งยังพูดสำเนียงบ้าน
เราอยู่?..้(สำเนียงด่านหนองคาย)...."ทำไมGu เห็นคนอื่นไปอยู่กรุงเทพฯสองสามปี..กลับบ้านมาเว้าลาวบ่ได้"..เราก็เลยตอบ
ไปว่าดัดจริตไม่เป็น....

...แต่ว่าเวลาที่คุยกับคนอื่นๆนี่..ก็ไม่รู้ว่าทำไมมันเหมือนกับว่าตัวเราเองดัดจริด..เช่นเวลาคุยกับคนทางอินเตอร์เน็ตนี่..ชอบปน
ปะกิตเข้าไป..คัยกับคนไทยที่นี่ก็มักจะพูดคำว่า No นี่ไม่รู้ว่า
มันมาโดยธรรมชาติของมันเอง..พยายามจะไม่ปนแต่ก็ปนเข้า
มาโดยอัตโนมัต...
....มีอยู่ครั้งหนึ่ง..ที่คุณอ้วนบอกให้เรียกลูซี่ว่า.."Darling" "Sweetheart".....จริงๆแล้วผมก็อยู้กินกับลูซี่..มาสิบกว่าปี...
ไม่เคยเลยแม้แต่ครั้งเดียวที่จะเรียกกันว่า.."Honey"..."Darling"....."Sweetheart"..My Love"..."Baby".."bebe".."Mon Chery"..Mon amour"...หรืออะไรก็ตามน่ะ...รู้สึกกระดากปากยังงัยไม่รู้..(ดัดจริตไม่เป็น)..แม้แต่คำว่า"ที่รัก"..นี่ก็ยังพูดไม่ออกเลย..บางทีคิดอยากลองพูดกะเขาบ้าง..แต่เวลาจะพูดออกมาจริงๆมันก็ติด
ค้างอยู่ที่ลำคอ..พูดไม่ออก...(เขินหว่ะ)...

.....มีเพื่อนคนหนึ่ง....แต่ก่อนพูดไทยนี่คล่องชัดเจนทุกถ้อยทุกคำ..
ภาษาอังกฤษก็ไม่ค่อยจะกระดิกนักหรอก...พอไปมีแควนฝรั่ง
ไม่ถึงปีน่ะ...พูดนี่ก็กระแหนะกระแหน...เรียกแควนก็ไม่ได้รียก
ชื่อน่ะครับ..เขาเรียก...HHaaarrrrrrrrrrn....(ฮารรรรรรรรน)
ย่อมาจาก...ฮันนี่..นั่นแหละแต่หล่อน ด.จ.ร....บางทีเราฟังไม่ชัดก็นึกว่าเขาพูดว่า..Horrrrny...ก็นึกในใจว่า..เอ๊ะ..ต่อหน้าชุมชน.
ทำไมเขาง่วงได้(ว่ะ)...จะบอกว่า ฮันนี่.เฉยๆเราคงไม่คิดอะไร
มาก
หรอก..แต่นี่บางทีเขาเรียกแล้วก็เข้าไปซบอก..นัวเนียคลอเคลีย
ลูบๆคลำๆกอดกันต่อหน้าชุมชนนี่..ก็อาจจะเกินไปน่ะผมว่า..
แม้แต่ฝรั่งเองเขายังไม่ทำเลย(ส่วนมาก)..โดยเฉพาะคนที่มีภาษาและวัฒนธรรมแบบไทยๆมาก่อน....อย่างนี้ผมว่าอ่อนแอทั้ง
ภาษาและวัฒนธรรม

นักร้องและสื่อต่างๆก็มีส่วนที่ทำให้ภาษาไทยอ่อนแอได้มากเหมือนกันกับที่คุณอ้อมพูดน่ะครับ...เช่น..แอ๊ด คาราบาว.
.ผมดูใน VCD คอนเสิร์ต สามตำนานเพื่อชีวิต..เขาประกาศว่า.."วง..เดอะเลด..
จากประเทศ..ฮอแลน....".ผมก็ไม้เม้ขใจเลยว่า..เดอะเลด..
นี่เขาเขียนยังงัย..
...ดูหนังเรื่อง..."ฟ้า"...ครับ...เราก็นึกว่าเป็นหนังเศร้าเคล้า
น้ำตา...
ก็เลยสั่งกับ thainetcity.com พอมาฉายดู..ยิงสะบั้นหั้นแหลกเลยครับ...มีฉากหนึ่งที่พระเอกโทรหานางเอก..ก่อนวางหู..เขาบอกว่า I love you....ตอนที่โมโหพระเอกก็ด่าเป็นภาษาปะกิตอีก F-uk!...เราก็เลยงงๆ..เออ..เมืองไทยนี่ด่ากันเป็นปะกิต
แล้ว...ดูเสร็จก็โยนลงถังขยะเลย..(เสียดายเงินด้วย)....
เสียใจที่เขาเป็นคนไทย..ทำไมเขาไม่พูดไทย..หรือว่าทำไมเขา
ไม่ทำเป็นภาษาอังกฤษทั้งเรื่องเลย..




โดยคุณ : หมู..ขี้บ่น - [ 1 ต.ค. 2544 , 21:45:31 น.]

ความเห็นที่ 4

มาอ่าน คุณหมู...ขี้บ่น แล้วขำ
ตกลงคุณเป็นผู้หญิงปลอมตัวมาเปล่าเนี่ย (ขี้บ่นจริงๆ)

ตอนกลับไปเมืองไทย ก็มีเพื่อนผู้ชายคนนึงแอบมาบอก ตอนก่อนจะกลับมา คือ เพื่อนๆ เรานี่คอยดูความเปลี่ยนแปลงอยู่ 2 อย่างหลักว่า เราจะอ้วนขึ้นไหม และจะดูดีขึ้น(บ้าง)ไหม อุตส่าห์ไปอยู่เมืองหนาว อากาศดีๆ (เพราะตอนอยู่เมืองไทยเราจะโทรมๆ แห้งๆ กระดำกระด่างตากแดดอยู่เป็นประจำ) แต่เพื่อนชายคนนี้ดูเรื่องการพูดจาน่ะ เขาบอกว่า

-เออ ... ยังพูดไทยชัดเหมือนเดิมนี่ เห็นคนไทยไปอยู่ต่างแดนแป๊ปๆ ลิ้นไก่ไทยเสียหมด กลับมาพูดไทยกันไม่ได้เลย ต้องพูดอังกฤษคำ ไทยคำ-

เราก็เลยบอกเขาไปว่า -นี่แค่พูดนะ ยังไม่ชัดเท่าด่าหรอก ถ้าด่าล่ะก็ชัดกว่านี้อีก- พูดจบก็หัวเราะเสียงนางมารร้ายตบท้ายยืนยัน

เราไม่ชอบพูด + พิมพ์หลายภาษาน่ะ ขี้เกียจปรับกล่องความทรงจำตัวเอง จะรู้สึกได้ว่า แม้จะพยายามก็แล้ว เวลาเขียนดัทช์ ยังติดคำภาษาอังกฤษมาบ่อยๆ ด้วยความที่ว่า มือมันคุ้นมานานกว่า โดยเฉพาะคำที่ใกล้ๆ กัน เราคิดอยู่ในหัวพิมพ์ออกไป จะเขียนว่า Ik ดันเขียนว่า I จะเขียนว่า de ดันเขียนว่า the...เพราะความหมายมันเหมือนกัน ออกเสียงใกล้เคียงกัน เลยผิดประจำ เวลาสอบเขียนก็โดยหักคะแนนไปตามระเบียบ รร. ดัทช์

บทเรียนสอนใจ ใช้ภาษาอะไร ควรใช้ไปภาษาเดียวเป็นวาระ มันจะได้ไม่ตีหัวตัวเอง : )


โดยคุณ : แก้ว กังหัน - [ 2 ต.ค. 2544 , 01:18:06 น.]

ความเห็นที่ 5

บ่นก็บ่นจากเรื่องจริงๆครับคุณแก้ว...
น่าบ่นจริงๆครับ...ก็ขนาดภาษาปะกิตไม่กระดิกแล้วดัน ไป ดจร.
พูดปะกิตแบบใส่ Accent แบบลิ้นพันกัน ฟังดูจนรู้สึกว่ามันเว่อแบบสุดๆ..
ไม่เชื่อลองพูดดูสิครับ..คำว่า"ฮาร์น"...พูดช้าๆเยิ่นๆเอาเสียงออกจมูก..ลองดูสิครับ...
สอนลูกอายุสิบหกที่เพิ่งมาจากเมืองไทยน่ะ...ตอนมาใหม่ๆก็เรียกเราว่า"น้าหมูๆ"..เดี๋ยวนี้มันเรียกผมว่า...อังเคิลลลลลลร์...โอ๊ย...
ฟังแล้วใจจะขาดแทน(เรียกน้าเฉยๆก็ได้นี่)...เรียกแม่ก็.."หม๋าาาาาา"...เรียกแฟนแม่ก็.."พ๋าาาาาาาป"...สอนให้เด็กมันเว่อกับตัวเองอีก...ตะก่อนนี่ชอบบอกเราน่ะว่า..ต้องพูดอย่างนี้ๆๆๆๆ
ถึงจะถูกหลักของคนกรรรุงเทพฯ...
ขนาดคุยกับแฟนเองยังไม่เข้าใจกันเลยบางครั้ง...เช่น ผู้ชายเขาถามว่า...วันนี้ทำอะไรกินข้าว...หล่อนก็ตอบว่าทำแกงเขียงหวาน..
เสร็จแล้วหล่อนลืมอีกอย่าง ทีนี้จะบอกฝ่ายชายว่า ขอโทษพูดผิด..แต่ดันไปบอกฝ่ายชายว่า ขอโทษเข้าใจผิด Sorry I make a mistake....แถมออกเสียงไม่ชัดอีกต่างหากครับ...หล่อนบอกกับแฟนว่า ซอลี่ ไอ เมค สะเตค...พอตกเย็นได้เวลาอาหาร..ผู้ชาย
ก็ดีใจ...นึกว่าจะได้กิน Steak ....ที่ไหนได้.กินแกงเขียวหวานอย่างเดียวน่ะสิ....หล่อนไม่ได้บอกว่าจะทำ Steak เลยอพียงแต่หล่อนพูดผิดไปนิดหนึ่งแค่นั้นเอง

ผมไม่รู้น่ะว่าคนอื่นๆเขาจะ ดจร.กันยังงัย...สำหรับผม ทำไม่เป็นครับ..ง่ายๆเรียบๆเสื้อยืดกางเกงยีนส์...ใส่สูทผูกไทนั้น..ก็มีครับ
แต่ตามกาละเทศะ..ปีละครั้งหรืออาจจะน้อยกว่ามั้ง...ทำตัวแบบ
นายดินทราย(อิทธิ พลางกูล)...นอนกลางดินกินกลางทราย..
สบายใจที่สุด....
...พูดนี่ก็พูดอะไรก็พูดไป...พูดได้ตามที่ความรู้ความสามารถเรามี..ขอเพียงอย่าพูดโกหก..เพราะโกหกคนอื่นก็เท่ากับโกหกตัวเอง...


โดยคุณ : หมู บ่นอีกรอบ - [ 2 ต.ค. 2544 , 02:45:21 น.]

ความเห็นที่ 6

สวัสดีค่ะ ....เห็นไหมพูดชัดเชียว
มีเรื่องรบกวนค่ะ
อยากได้เบอร์ไอซีคิวหรืออีเมล์คุณหมู
เพราะมีศัพท์ภาษาฝรั่งเศษที่ออกเสียงไม่ถูกอยู่บ่อย ๆ
มองซ้ายมองขวา เห็นเหยื่อแล้ว
บางทีเห็นแม่แก้วออนไลน์ก็ใช้บริการเหมือนกันค่ะ
แม่แก้วเขาเป็นแผนกฟาสท์เซอร์วิส
ถามปุ๊บเดี๋ยวได้ ไม่รู้มีเครือข่ายรอบตัวหรือไง

อ้อ รบกวนบอร์ดอีกเรื่อง
ช่วงวันสองวันนี้ มีคอนเสิร์ตที่ไหนบ้างหรือเปล่าในกรุงเทพ..อันนี้ถามหว่าน ๆ
คนบ้านนอกจะไปดู :-)

ขอบคุณมากค่ะ....เห็นไหมถูกต้องตามหลักภาษาและวัฒนธรรมไทยทุกประการ
มีคำขึ้นต้นและลงท้าย...ฮิฮิ (สองตัวหลังนี่เป็นวัฒนธรรมใหม่)


โดยคุณ : พี่โพ - [ 2 ต.ค. 2544 , 08:21:17 น.]

ความเห็นที่ 7

ขอกลางอากาศละกันนะคุณหมู
ชื่อ Simone Weil
ออกเสียงเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า.....

๕๕๕ ข้างบนดูเหมือนเราจะเขียนคำว่า ฝรั่งเศส เป็น เศษฝรั่ง
อย่างนี้แหละพี่น้อง วิชาเขียนไทยสมัยยี่สิบกว่าปีก่อนน่ะ มันขมจริง
มาพัฒนาเรื่องการสะกดให้ถูกต้อง
ก็ช่วงที่ต้องลงมาเขียนเพื่อการสื่อสารในวงกว้างนี่เอง
อันนี้ชี้ชัด วิชาอะไรก็ตาม
หากเรียนไปแบบไม่เห็นประโยชน์ แถมครูน่าเบื่อเป็นด้ามพลอยเข้าให้อีกละก็
...อ่อนแอ..ทุกวิชาค่ะ
ต่อเมื่อต้องลงมาใช้งานจริง เป็นชีวิตจริงนั่นแหละ
เดี๋ยวกล้ามก็ขึ้นเอง....น่อ



โดยคุณ : พี่โพ - [ 2 ต.ค. 2544 , 08:31:56 น.]

ความเห็นที่ 8

สวัสดีครับ..พี่โพ....
ผมไปที่สมุดไทยดอดคอมบ่อยครับ..แต่ไม่ได้แจม...
Simone Weil เป็นชื่อและนามสกุลคนใช่ไหมครับ...ชื่อเป็นฝรั่งเศสอยู่ครับ..แต่นามสกุลนี่ไม่มีเชื้อฝรั่งเศสเต็มร้อยแน่ๆเลยครับ
อ่านว่า..ซิม็อน วีล ครับ..ถ้าเป็นอังกฤษก็ ไซมอน ไงครับ..
แต่ถ้าจะให้ได้ accent กันจริงๆก็ต้อง...แบบคำว่าซี นี่กัดฟันเข้าหากันแล้วปล่อยลมออกมาก่อนแล้วถึงออกเสียง"ซี" แต่ออก
สั้นๆเป็น"ซิ"..ส่วน "ม็อน" นั้น โดยส่วนมากแล้วจะออกเป็นโม+
ออง=ม็อง. จะ"ม็อง" หรือ"ม็อน" ก็ได้แล้วแต่ใครจะออกเสียงยังงัยขึ้นอยู่ที่เจ้าาของชื่อเขาว่าจะใช้ ม็อง หรือ ม็อน..เหมือนกับ เจ้าเบนจี้ของผมงัย เวลาไปโรงเรียนนี่..พวกเพื่อนๆฝรั่งเศสจะเรียกว่า เบชาแม็ง พวกที่พูดอังกฤษก็จะเรียก เบนจะมิน ที่บ้านลูซี่และพวกญาติๆเขาจะเรียกว่า เบนชาเม..เรียกยังงัยก็ได้แต่ลูซี่เขาไม่ชอบให้คน้รียกลูกเขาว่า "เบน"..สำหรับผมแล้วใครจะเรียกยังงัย
ก็ยังเป็น"เบญจมินทร์" เหมือนเดิม

e-mail address: a.t@sympatico.ca อันนี้ง่ายกว่าครับเพราะมากับ ISP ไม่ต้องคลิกไปไหน คลิกที่เมลบ็อกซ์ก็รับ
ทันทีเลย

: moo_9moo@hotmail.com

ICQ#: 119261914.....จะไม่มีรายละเอียดส่วนตัวน่ะครับ..
มีแต่เบอร์ add เข้ามาได้เลยครับ

,,,,,,ส่วนมากผมจะออนไลน์หลังห้าทุ่มหรือว่าสิบโมงเช้าของเมืองไทยครับ...เวลาที่คานาดาช้ากว่า
เมืองไทย สิบสาม ชม.ครับ แต่หลังอาทิตย์ที่สามของเดือนตุลาก็จะเปลี่ยนเวลาอีก เป็นเร็วขึ้นหนึ่ง ชม.ครับ นั้นก็หมายถึงว่าช้ากว่าที่เมืองไทย สิบสอง ชม.

ผมขอถามพี่โพคืนหน่อยครับ...
คำว่า..มิคสัญญี นี่แปลว่าอะไรครับ...
....ปัจเจกนี่แปลว่าอะไรครับ..ใช้ตอนไหน..กับใครครับ...
เวลาที่ผมพูดว่า..."ไม่ทันใจ"..นี่ถูกต้องหรือเปล่าครับ..ทำไมเขาบอกผมว่าพูดไม่ถูก...


5555...โอกาสดีของเราถามคืนแล้วหละ ฮิฮิฮิ



โดยคุณ : หมู (คราวนี้ไม่บ่นแฮะแต่ถามมาก) - [ 2 ต.ค. 2544 , 10:47:42 น.]

ความเห็นที่ 9

ดีใจจัง ...ที่มีคนพูดเรื่องนี้
ยอมรับว่า"รำคาญ" คนไม่ชอบพูดภาษาไทยให้ถูกต้อง
และคนที่ใช้คำภาษาไทยคำ ภาษาต่างด้าวคำ ....แบบว่า ทู่เรดฮับ

อย่างพวกที่ต้องเริ่มด้วยคำว่า ..."มันเป็นอะไรที่...."
อันนี้รำคาญมาก รำคาญจริงๆ

ผมมองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดจาก"ผู้ใหญ่"ละเลย
ตั้งแต่พ่อแม่ไปจนถึงครูบาอาจารย์
ไม่รู้จะแก้ยังไง ...ยอมรับ

ส่วนคำถามคุณหมู ...
จนตรอกแฮะ
แต่จะลอง ICQ ไปคุย
ตอนนี้เพิ่งติด
หมายเลข 129056781
ใครอยากคุย คุยนะครับ..ถ้าว่างจะคุยด้วยครับผม


โดยคุณ : คุณชาย - [ 2 ต.ค. 2544 , 16:42:13 น.]

ความเห็นที่ 10

อ้อม ตะครุบ เลข คุณชายกับคุณหมู เข้าไปใน list เรียบร้อยแล้วค่ะ แบบมือไม้สั่น ทำตัวไม่ค่อย ถูก นานมากแล้ว ไม่เคย add เบอร์
ชายหนุ่ม เข้า list ตื่นเต้น ๆๆ


โดยคุณ : อ้อม - [ 2 ต.ค. 2544 , 17:11:42 น.]

ความเห็นที่ 11

แหม..อ้อม...ใจเย็นๆ ทำเอาชายหนุ่มสะดุ้งนะเนี่ย...


โดยคุณ : คุณชาย - [ 2 ต.ค. 2544 , 19:12:14 น.]

ความเห็นที่ 12

มาขำ คุณชายที่บอกว่า ... ชายหนุ่มสะดุ้ง...เนี่ย
ให้โอกาสแก้ตัว -หนุ่มแน่- เหรอคะ ... วานยืนยัน

อ้อมก็อย่าออกนอกหน้า เดี๋ยวหน้าจะงามนะน้องเอ๋ย
อนึ่ง คือ ตัวอิหัน ไม่ค่อยแอดผู้ชายน่ะค่ะ ...ขอตัวขอตุ่น
ที่เคยรับแอดๆไว้ ก็ไม่แน่ใจว่า ใช่ ... ชายแน่ ก็แอดไว้ดูเชิง(ชาย)
ตอนนี้ดูไปครบหมดทุกองค์แล้ว ปรากฎว่า ...???

อ้อ ... นึกได้ว่า จะเข้ามาตอบว่า -อินเตอร์เน็ต- เนี่ย
เป็นอีกสื่อที่ทำให้ภาษาไทยวิบัติด้วยเหมือนกัน ดูเอาจากตัวเอง
ไอ้ หุหุ... เหอๆ ... ฮิๆ ... ฮ่าๆ ... อิอิ...อะนะ เนี่ย
ก็เพิ่งมาเป็นตอนเข้าเน็ตนี่ล่ะ แต่ก่อนแต่ไร ไม่เคยเป็น (เน้นๆ)
ภาษาเขียนในเน็ต มันเป็นภาษาคุย แต่เราอ่านออกเสียงในใจ
การเพิ่มอารมณ์เข้าไปมากๆ ในตัวหนังสือ
จึงมีเหตุทำให้ภาษาไทย -วิบัติ- ไปเยอะเหมือนกัน
ว่าไหม ... ช่วยกันว่าๆ หน่อย...


โดยคุณ : แก้ว กังหัน - [ 2 ต.ค. 2544 , 21:05:48 น.]

ความเห็นที่ 13

ไม่อยากจะบอกว่าเป็นคนชอบหาศัพท์ใหม่ๆเข้ามาใช้เพื่อความเป็นงงของคนอื่น (รู้เฉพาะคนที่เราบอก)

รู้ตัวเหมือนกันค่ะว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ภาษาวิบัติไปเหมือนกัน แต่พอมาในเน็ตจะระมัดระวังขึ้น (ยกเว้นเสียงหัวเราะต่างๆ) แต่ก็ยังมีปัญหาตรงความพยายามจะรวบคำอันเนื่องมาจากความขี้เกียจพิมพ์

แต่ที่ขัดใจก็ตรง เวลาคนพูดแล้วใช้คำผิดตำแหน่ง เดี๋ยวนี้เจอมาก ยิ่งขัดใจมากถ้าเป็นพิธีกรด้วยแล้ว คำเชื่อม คำขยาย สลับกันมั่วไปหมด
ที่จริง คนไทยที่อยู่ในไทยที่ต้องเรียนต้องใช้ชีวิตด้วยภาษาไทยไม่ควรใช้คำ-ประโยคพื้นฐานผิด และไม่ควรพูดไม่ชัด


โดยคุณ : มะ-ปราง - [ 2 ต.ค. 2544 , 22:18:09 น.]

ความเห็นที่ 14

มิคสัญญี (มิกคะสันยี)
n.riot with fighting, era of fighting, the dark age of the Hindu world,
internecine warfare

ปัจเจก adj. individual
ปัจเจกชน (ปัดเจกกะชน) n.the individual

เรื่องปัจเจกนี่พูดกันยาวค่ะ ตีความกันไปหลายทิศ
บ้างก็ว่ายุคนี้เป็นยุคแห่งปัจเจกบุคคล
แต่บ้างก็บอกว่ายุคนี้เป็นยุคที่ความเป็นปัจเจกล่มสลาย
เพราะกระแสโลกานุวัตต์ ทำให้ผู้คนเป็นปัจเจกเทียม คือเราไม่สามารถเป็นตัวเองอย่างแท้จริง
และบ้างก็ว่าอีกว่า โลกเดี๋ยวนี้มันเป็นปัจเจกเกินไป ความเป็นชุมชนถึงได้ล่มสลาย
อันนั้นก็ว่ากันไปนะคะ มองกันไปหลายมุม
แต่ความเห็นส่วนตัวดิฉันว่า
แก่นของเสรีภาพ ไม่ใช่อิสระเพียงแค่ทางกาย วาจา ใจ
แต่ต้องเป็นเสรีภาพทางจิตวิญญาณด้วย
ความเป็นปัจเจกก็เช่นกัน มันมีขอบเขตของมัน
และการตีความระหว่างคำว่า ปัจเจกชน กับ the individual
บางทีเขาก็พูดกันไปคนละทาง
เช่น บางคนไปตีความว่าปัจเจกชน แปลว่าคนที่ยึดความคิดตัวเองเป็นสำคัญ ไม่สนใจสังคมอะไรทำนองนั้น แต่พอมาคำว่า individual มักใช้ในความหมายในลักษณะที่เป็นเฉพาะบุคคล เราย่อมไม่เหมือนคนอื่น ทั้งความคิด กายภาพ จิตใจ จิตวิญญาณ แต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ละคนจึงมีความเป็นปัจเจกที่เราต้องยอมรับเขาตามที่เขาเป็น
เจอบทความที่โจมตีความเป็นปัจเจกบ่อย ๆ และในขณะเดียวกันก็เจอบทความที่ส่งเสริมความเป็นปัจเจกบ่อยเช่นกัน
นี่ละ ข้อจำกัดของภาษา พวกโพสท์โมเดิร์นถึงบอกว่า ภาษาไม่ใช่เครื่องมือแสวงหาสัจจะ (แฮะ ๆ หวังว่าไม่ต่อเรื่องโพสท์โมเดิร์นอีกล่ะ)

คำตอบที่สาม
"ไม่ทันใจ" ไม่ทราบว่าคุณหมูใช้ในรูปประโยคแบบไหนนะ ต้องเขียนตัวอย่างการใช้มาด้วยค่ะ
น้อง ๆ ครูภาษาไทยแถวนี้เยอะ (ยกเว้นพี่โพ)

ที่เขียนอยู่ตอนนี้เห็นคุณชายออนไลน์ด้วย (เพราะแอดไอซีคิวไว้เรียบร้อย) แต่เห็นแปะกระดาษเลยไม่ทัก
แต่อย่างไรก็ตาม พี่โพก็ไม่ใช่นักคุย ไอ้สี่คิ้วจึงไม่ค่อยได้ยัก (แปลว่าไม่ค่อยคุยไอซีคิวค่ะ เอาไว้ใช้ถามอย่างเดียว)


โดยคุณ : พี่โพ - [ 2 ต.ค. 2544 , 23:37:44 น.]

ความเห็นที่ 15


ผมอ่อนภาษาไทยครับ
งานนี้ ขออ่านอย่างเดียวครับ
เพราะผมก็เคยใช้คำใหม่ๆ เช่น เอิ้กๆ, อิอิ, 55, อ่ะอ่ะ และอีก ฯลฯ ที่ยังนึกไม่ออก ตอนแชทเนท (พูดคุยกับคนอื่นในอินเตอร์เนท ..ว้า...พิมพ์ไปวงเล็บไป...:P)
แต่ตอนใช้ก็ว่ามัน อินเทรน ดีนะ (อิอิ เอาอีกแล้ว)

เอ...หรือจะกลายเป็นว่า ถ้าไม่พูดผิด (คือพูดแบบถูกต้องตามคำเดิมๆ ความหมายเดิมๆ) แล้วจะดูเชย หรือล้าสมัย

ผมอยากเรียกอาการไม่แข็งแรงทางภาษาว่า "พัฒนาการ"มากกว่า แต่จะพัฒนาขึ้นหรือพัฒนาลง อันนี้แล้วแต่จะเลือกเอา


โดยคุณ : c4 - [ 3 ต.ค. 2544 , 08:07:12 น.]

ความเห็นที่ 16

เมื่อคืนคุณหมูเขียนมาทางไอซีคิวว่า
"คำว่าปัจเจกนี่เขาใช้กันตอนไหนครับ..และคำว่า Individual นี่ฝรั่งเขาก็ไม่ได้ใช้อย่างที่แปลไว้ในดีคชันนารี่เลยครับ"

ต้องขอโทษคุณหมูที่ไม่ได้ตอบทางไอซีคิวนะคะ เพราะมัวพิมพ์งานอยู่ เสร็จก็ปุ๋ยพอดี

ที่ดิฉันตอบในกระทู้ข้างบนนั้น ไม่ถือว่าเป็นการอธิบายคำว่า ปัจเจก นะ
น่าจะนับเป็นการพูดไปเรื่อยเปื่อยมากกว่า (ตามวัย)
อึมม์...เขาใช้คำนี้กันตอนไหนเหรอ
เอาอย่างนี้....เดี๋ยวต้องมีนักอธิบายมาตอบหลายคน
รอ ๆ อยู่ทั้งพี่แก้ว พี่ภัค พี่กุ้ง พี่หมี พี่เชน พี่โคคูน และพี่ ๆ นักคิดอีกหลายคน
อิอิ(เสียงอย่างนี้ก็น่ารักดี) เรียกพี่ซะให้หมดเลย แบบว่า(คำนี้ก็น่ารัก) แบบว่าจะได้คล้องกับ พี่โพ

ส่วนคำว่า individual ต้องรบกวนคุณหมูมาอธิบายแล้วละ
ว่าฝรั่งเขาใช้ไม่ตรงกับที่แปลไว้ในดิคฯ เขาใช้อย่างไร

อึมม์ เห็นด้วยกับ c4 (ใช่ชินๆหรือเปล่า) ว่า
ความไม่แข็งแรงทางภาษา เป็นพัฒนาการอย่างหนึ่ง
เพราะภาษาเป็นสิ่งที่ตายตัวไม่ได้ มันเป็นวัฒนธรรม
และวัฒนธรรมคือสิ่งเลื่อนไหล

อาจหงุดหงิดรำคาญหูบ้างกับภาษาประหลาด ๆ หรือภาษาเพี้ยน
แต่ดูให้น่ารักก็น่ารักอยู่นา เกิ๊ก ๆ (อันนี้เขาบอกว่าหัวเราะแบบป๊อบอาย เอาเอิ๊ก ๆ กับก๊าก ๆ มารวมกัน)


โดยคุณ : เพ่โพ - [ 3 ต.ค. 2544 , 09:03:17 น.]

ความเห็นที่ 17

พี่โพ ...ผมแอด ICQ ไม่ได้ ไม่ทราบเกิดอะไรข้น ..
จะพยายามใหม่ ...
เพราะเป็นมือใหม่เรื่องนี้(การใช่ไอซีคิว)

เห็นด้วยกับแก้ว และมะปราง
ว่าอินเตอร์เน็ต มีส่วนทำให้ภาษาไทยวิบัติ
อย่างเดี๋ยว..กลายเป็นเด๋ว อะไรทำนองนี้
ส่วนการหัวเราะ ....ปล่อยวางดีกว่า 555 พิมพ์งายกว่า ฮ่าๆๆ แน่นอน


โดยคุณ : คุณชาย - [ 3 ต.ค. 2544 , 09:24:30 น.]

ความเห็นที่ 18

เรื่องคำศัพท์ใหม่ๆ บางคำนี่เราก็หาความหมายมาอธิบายไม่ถูกเหมือนกันค่ะ ...ขอเคาะ.. บางคำนี่ใช้กันตามสื่อ (คุณชายทำงานสื่อรายวัน รายสัปดาห์อยู่ น่าจะคุ้นกับคำพวกนี้นะ เพราะพวกสื่อนั่นแหละชอบเอามาใช้กันบ่อยๆ เช่น...มิคสัญญี...ปัจเจกชน...จะอธิบายให้ชาวบ้านชาวช่องเข้าใจว่ายังไงดีล่ะ ...ฮึๆ...โบ้ยไปทีสื่อมวลชนซ้าเลย ได้โอกาส ...ฮ่าๆ)

อย่างคำว่า -วาทกรรม- (มาอีกแล้ว) มันมาจาก discourse ก็คือ คำอธิบาย แต่เวลาเอามาใช้กัน ความหมายที่ใช้มันลึกลงไปกว่านั้น

ส่วนคำว่า -ปัจเจกบุคคล- หรือ -ปัจเจกชน- ... ก็ประมาณ -หนึ่งเดียวคนนี้- ...ไม่ขึ้นกับใคร มีความคิดเป็นของตัวเอง อิสระ ไร้สังกัด...อันนี้ตีความหมายกันได้กว้างๆ แบบพี่ไทยนะคะ มันแล้วแต่สังคมที่ใช้ตรงนั้นด้วย คำไทยบางคำ แทนด้วยภาษาอังกฤษไม่ได้ตรงๆ ทีเดียวน่ะ ก็คงจะได้ความหมายกึ่งๆ ใกล้เคียงกันเท่านั้นแหละ ... คุณหมู

เราว่า มันแล้วแต่คนที่ใช้ในแต่ละสังคม อย่างคำว่า individual นี่เราก็เคยเอามาใช้ล้อเลียนว่า หลายองค์กรเรียกตัวเองว่า NGO (Non-Government Organization) คือ ไม่ใช่แนวร่วมทำงานแบบองค์กรรัฐ แต่มีความคิดในการทำงานแบบ NGI (Non- Government Individual) ...อะไรแบบนี้ เข้าใจไหมคะ? (เสียดสีกันไป...ว่างั้นเถอะ)

ภาษาทุกชาติ มันมีจังหวะตามสมัย ฉะนั้นความหมายมันจึง -ดิ้น- กันไปได้เรื่อยๆ บางทีก็สนุกดี บางทีก็เวียนหัวจัง : )


โดยคุณ : แก้ว กังหัน - [ 3 ต.ค. 2544 , 16:13:36 น.]

ความเห็นที่ 19

ตอนเย็นจะมาตอบครับ...ขอโทษพี่โพครับ...วันนี้ต้องเข้าเช้า...


โดยคุณ : หมู - [ 3 ต.ค. 2544 , 20:15:49 น.]

ความเห็นที่ 20

ทัก เพ่โพ ก่อน หายไปหลายวันเลยนะครับพี่.....

ยอมรับว่า ผมเองก็ชอบพูดทับศัพท์ เหมือนกัน
อย่างเช่น...อย่าไปแคร์... แทน ...อย่าไปสนใจ ...มันกลายเป็นภาษาพูดไปแล้ว และบางโอกาส มันก็น่าฟังกว่า

ความจริงเรื่องวิบัติของภาษา มันน่าจะเกิดขึ้นเรื่อยๆตามวิวัฒนาการของอารยธรรม อย่างที่ C4 + เพ่โพว่า..
“..........ความไม่แข็งแรงทางภาษา เป็นพัฒนาการอย่างหนึ่ง
เพราะภาษาเป็นสิ่งที่ตายตัวไม่ได้ มันเป็นวัฒนธรรม และวัฒนธรรมคือสิ่งเลื่อนไหล ....”

วิบัติของภาษา ยังไม่น่ากลัวเท่า วิบัติของตรรกะแห่งจิตใจมนุษย์หรอกครับ ...
ผมจึงไม่ค่อยคิดมากเรื่องนี้เท่าไหร่
...บางที การได้ใช้ศัพท์ใหม่ๆที่สามารถระบุอารมณ์ทางน้ำเสียงได้ด้วย มันก็กลายเป็นเรื่องทำให้มีชีวิตชีวาได้เหมือนกัน
อย่างศัพท์คำว่า เซ็ง... ห่วย...นี่ ก็เข้าใจได้ว่า เพิ่งจะมีมาไม่นานนี้เอง เดี๋ยวนี้ก็เห็นว่าใช้กันเป็นปกติ
เวลานำไปใช้จริง ยังนิยมมี adjective ขยายอารมณ์ ...แถมให้อีกต่างหาก
........คำใหม่ๆ อย่าง โหลยโท่ย เนี่ย...ใครจะเถียงบ้าง ว่าฟังแล้วไม่ได้อารมณ์....

แต่ที่ไม่ค่อยชอบ ก็คือ ท่าที / น้ำเสียง ที่ออกแนว กระแดะๆ หรือเสแสร้ง ม้วนลิ้นให้ฟังเสียง+สำเนียงดูเหมือนเด็กนอก...(นอกประเทศ...) แบบที่เห็นในโฆษณาน่ะครับ
ประโยคธรรมดาๆที่ไม่ได้มีศัพท์แสลง หากเจอคนพูดแบบม้วนลิ้นมากๆ ยังอาจชวนให้รู้สึกคันเท้าได้ไม่ยาก
คิดอย่างนี้ ก้าวร้าวเกินไปรึเปล่า....?

มีเพื่อนคนนึงครับ เธอเกิดเมืองจีน แต่มาขึ้นม.3 ที่เมืองไทย เขียนอ่านพูดได้ เหมือนปกติ
.......มาเจอกันตอนเรียนที่ มอ.
วันนึง ...มีหนังไทยเรื่องนึงมาฉาย “ปลายทางฉิมพลี”
เธอเห็นรถโฆษณาหนังวิ่งผ่าน ก็หันมาถามว่า....ฉิมพลี แปลว่า อะไรอ่ะ...?


โดยคุณ : shane - [ 3 ต.ค. 2544 , 20:16:25 น.]

ความเห็นที่ 21

แล้วตกลง"ฉิมพลี" แปลว่าอะไร คุณอ้วน
ผมไม่ทราบจริงๆ .....

หรือใครตอบได้ อยากทราบ


โดยคุณ : คุณชาย - [ 3 ต.ค. 2544 , 21:14:10 น.]

ความเห็นที่ 22

คุณชาย ...กดหาความหมายคำจากลิงค์พจนานุกรมข้างบนสิ มุขเปล่าเนี่ย? ทำงานหนังสือพิมพ์มาตั้งนานแล้วนะ (แล้วบอกว่าเป็นคอนิยายอีกตังหาก) ไม่รู้จักคำว่า ...ฉิมพลี...จริงอะ...แหมๆ...แล้วอย่าลืมมาตอบ มิคสัญญี ด้วยนะ ถ้าไม่รู้ ... ถามเจ้านายใหญ่ใน กทม. ธุรกิจไง มีข้อมูลอยู่กับตัวเยอะแยะ เอามาแบ่งเล่ากันอ่านหน่อยนะ...เราต้องใช้ประโยชน์จาก..คนข่าว..ให้สำเร็จ : P


โดยคุณ : ทายสิใคร - [ 3 ต.ค. 2544 , 22:13:12 น.]

ความเห็นที่ 23

อึมม์...ตรรกะแห่งจิตใจมนุษย์..
แหม ใช้คำที่ขยายความยากอีกแล้ว

ตรรกะ เป็นเรื่องเหตุผล
หัวใจ เป็นเรื่องความรู้สึก
อึมม์(อีกครั้ง)
แต่เรื่อง"จริยธรรม"..เป็นเรื่องของความรู้สึกที่อิงเหตุผล
อึมม์(อีกที)ถ้าอย่างนั้น
คำว่า "ตรรกะแห่งจิตใจมนุษย์" ก็ใช้ได้
อื้อ....เข้าใจละ

แล้วตกลง ฉิมพลี เนี่ยนอกจากแปลว่า ต้นงิ้ว
ยังมีความหมายเปรียบเปรยอย่างอื่นอีกหรือเปล่านะ

เรื่อง "กากี" อันเป็นนิทานที่คนไทยรู้จักดี เป็นเรื่องของครุฑที่แอบมาเป็นชู้กับนางกากีผู้เป็นมเหสีของพระเจ้าพรหมทัต ครุฑได้ลักพาตัวไปสมสู่ที่..วิมานฉิมพลี ซึ่งต่อมาเมื่อพระเจ้าพรหมทัตทรงจับได้ ครุฑก็พานางกากีมาคืน พระเจ้าพรหมทัตจึงตัดใจลอยแพนางกากีไปในทะเลในที่สุด

เว็บบอร์ดที่นี่ น่าจะชื่อ..ลานคิดไปเรื่อย


โดยคุณ : กลับมาเป็นพี่โพ - [ 4 ต.ค. 2544 , 00:05:31 น.]

ความเห็นที่ 24

ตามมาอ่านตามเคย
คุณอ้วนมีอะไรให้ร่วมด้วยช่วยกระทืบหรือเปล่า
เห็นบ่นคนเท้า :)

ภาษาในเน็ต ไม่เป็นไรหรอก หากไม่สะกดผิด ผันวรรณยุกต์ผิด
และไม่ไปใช้ผิดกาละเทศะ เช่น เขียนรายงานวิชาการ เป็นต้น

ฉิมพลี ไม่ได้เปิดพจนานุกรม
แต่ชอบได้ยินว่าเป็นวิมานชั้นหนึ่งบนสวรรค์
คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยผ่านตามาจาก
เรื่องพระสุธน มโนราห์?
และอีกอันที่แน่ๆ คือเป็นชื่อโรงแรมม่านรูด
ไม่ได้ช้วนนะคะ เพราะเห็นบ่อยในทางผ่านกลับบ้าน :)
ใครอย่ามาแอะว่าเคยแวะล่ะ
จะว่าให้นะ


โดยคุณ : miemuang - [ 4 ต.ค. 2544 , 00:41:43 น.]

ความเห็นที่ 25

ปัจเจก.....
ผมจำไม่ได้หรอกครับว่าเคยรู้ความหมายของคำๆนี้มาก้อนหรือเปล่า...(คิดว่าไม่น่ะครับ)...พอไปเจอในเวบไซต์หนึ่งที่เขาถกเถียงกัน...แล้วเขาก็พูดคำนี้บ่อยเหลือเกิน...จนเราสงสัย...เอ..มันแปลว่าอะไรน้า..ก็เลยไปไปดูในดิคไทย-อังกฤษ...แปลว่า Individual...
อ้าว...เป็นงั้นไป...เห็นเขาเถีงกันเอาชนะกันแบบ..เอาเป็นเอาตาย..แต่ทำไมมาแปลว่า Individual หละ..เพราะ Individual ...นี่ฝรั่งเขาใช้พูดถึงหรือว่าหมายถึง..เฉพาะบุคลล...ส่วนบุคล ส่วนตัว โดยลำพังอะไรทำนองนี้นี่นา..ที่จำได้ที่เขาคุยกันเขาบอกว่า.."ปัจเจกหนึ่งทำให้ปัจเจกอื่นเสียหาย...ปัจเจกนั้นควรได้รับผลตอบแทนเช่นกัน..." อีกคนก็ตอบกลับว่า.."หากคุณคอดแบบ
ปัจเจกชน"..เราก็เลย..งง..ว่าไอ้คำว่าปัจเจกชนนี่..จะแปลว่าอะไรกันแน่น่ะ...

ถามน้องนักเรียนไทยที่มาพักอยู่ด้วย..เขาก็บอกว่า..หมายถึง..
คนที่รู้อะไรเฉพาะตัวเองแล้วสอนคนอื่นไม่ได้...
...อ้าวยิ่งหนักเข้าไปอีก..ถ้าอย่างนั้นตัวเราก็เป็นปัจเจกน่ะสิ..ที่รู้..แต่สอนคนอื่นไม่ได้...

ในที่สุดก็คงจะต้องปล่อยเลยตามเลย..ว่าไม่รู้ก็คือไม่รู้..รู้แล้วจะไปใช้ที่ไหนหละ...

ส่วนที่ว่าอินเตอร์เน็ตนี่มีส่วนทำให้ภาษาไทยวิบัตินั้น...ผมไม่ขอออกต้วครับ..เพราะผมก็ไม่รู้มาก..เห็นเขาเขียน..อะไรก็เขียนต่มเขา..ถ้ามันช่วยให้ประหยัดเวลา..(เพราะผมพิมพ์เก่งเกินไป)..
เช่น..อิอิ..555...อุอุ..หุหุ..ฮิฮิ..อะ..อ่ะค่ะ.อะอะ..แต้รู้ว่า 555 และ อิอิ..นี่ง่ายและสะดวกดี..แต่ที่ไม่ยอมใช้คือ..
..สมัยก่อน..สองสามปีที่แล้ว..เห็นเขาเขียนใน..นสพ...คำว่า..จ้าบ..
ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร..แต่เห็นเขาเขียนบ่อยจัง..
..และคำว่า..แฮงค์...นี่ก็ไม่มั่นใจเต็มร้อยว่ามันคืออะไร...เดาเอาน่ะครับ..คงจะ..แปลว่า..จอค้าง..





โดยคุณ : หมู..โง่อีกแล้ว... - [ 4 ต.ค. 2544 , 01:38:42 น.]

ความเห็นที่ 26

คุณหมู เพื่อนคุณนี่ให้นิยาม -ปัจเจกชน- ได้เด็ดจริงๆ
-...คนที่รู้อะไรเฉพาะตัวเองแล้วสอนคนอื่นไม่ได้...-
บางทีมา -ปัจเจก- กันมากๆ ก็อาจจะเจอลูกถีบได้
เพราะพูดอะไรฟังยากๆ แล้วดันอธิบายไม่ได้อีกแน่ะ...55

ตกลง ... คุณพี่ชาย เขาจะตามหาความหมายของ -ฉิมพลี- เองต่อไหมเนี่ย

-ฉิมพลี- (ตี)ความหมาย(เอาเอง)คงจะออก 2 แง่ 3 ง่าม
เป็นได้ทั้ง -สวรรค์จริงๆ- และ -สวรรค์ลวงๆล่มๆ-
แบบที่เอามาใช้เป็นชื่อหนัง ... ชื่อโรงแรม
ก็คงประมาณให้มีความหมายไปทาง -ขึ้นสวรรค์-
(คุณชาย โปรดอย่าถามต่อนะคะว่า ...ขึ้นสวรรค์ หมายความว่ายังไง...ไม่บอกอธิบายต่อเด็ดๆ)

อย่างในพจนานุกรม ... ต้นงิ้ว ก็ต้องตีความกันต่อเอาเอง
ความหมายซื่อๆ มีไว้ให้สำหรับคนใจใสซื่อ
แก้ว กังหัน...ใจโฉด ก็คิดออกไปทางแนวโฉดได้เสมอ

บอกแล้ว...ภาษามัน -ดิ้น- ไปตามจังหวะหัวใจคนใช้
หนุ่ม-สาวเขาดิ้นกันเก่งนัก คนแก่ๆ ก็มักจะดิ้นตามไม่ทัน : P

มันคงต้องอ่านแล้ว คิด(เดา)ไปตามวัยคนใช้ + สถานที่ใช้กระมัง

ม.ห.1 ในนิยายจีน ก็มีใช้คำว่า -ฉิมพลี- มิใช่หรือ...คุณชาย
ม.ห. 2 พี่เชน ตัวตั้งปัญหา โปรดมารับผิดชอบบอก-คุณชาย- (คนซื่อ) หน่อยนะ


โดยคุณ : แก้ว กังหัน - [ 4 ต.ค. 2544 , 02:38:10 น.]

ความเห็นที่ 27

คำว่า"แฮงค์" เหรอ อืม
ทำให้สงสัยต่อไปว่า คนแฮงค์ กับ คอมแฮงค์ คำเกิดใช้ก่อนกัน


โดยคุณ : c4 - [ 4 ต.ค. 2544 , 03:24:22 น.]

ความเห็นที่ 28

อรุณสวัสดิ์ทุกคน

วันนี้ว่าง กำลังวางแผนไปเที่ยวศูนย์หนังสือจุฬากับเอเซียบุ้ค
ใครผ่านมาแถวนี้ช่วยมาแปะชื่อร้านหนังสือที่คุณชอบไปหน่อยสิคะ
อ้อ อย่าลืมบอกด้วยล่ะ ว่าอยู่แถวไหน ถ้าอยู่ในห้าง อยู่ชั้นไหน
เวลาไปทำธุระในเมือง ใกล้ที่ไหนจะได้แวะ (ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ)

คุณหมูคะ
ปัจเจกที่เขาบอกว่าหมายถึง คนที่รู้อะไรแล้วสอนคนอื่นไม่ได้นะ
มาจากคำว่า "ปัจเจกพุทธะ" เป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งซึ่งตรัสรู้เองแต่สั่งสอนคนอื่นไม่ได้

พระพุทธะนั้น ถ้าเป็นผู้รู้เอง ไม่มีครู ไม่มีอาจารย์ และสามารถสอนผู้อื่นให้รู้ตามได้ด้วย เรียกว่า “สัมมาสัมพุทธะ”
ถ้าไม่สอนผู้อื่นให้รู้ตามด้วย ท่านเรียกว่า “ปัจเจกพุทธะ”
ถ้าต้องอาศัยฟังแต่พระสัมมาสัมพุทธะ จึงเป็นผู้รู้ขึ้นได้ ท่านเรียกว่า “สาวกพุทธะ”
ผู้รู้ที่เป็นผู้ฟัง หรือ “อนุพุทธะ” ผู้รู้ตาม

เดี๋ยวลองค่อย ๆ เขียนไปนะคะ...(คิดไปเรื่อย ตอนนี้ว่าง)
สังคมไทยสมัยก่อน..ไม่ใช่สังคมปัจเจก ลักษณะชุมชนต้องพึ่งพาอาศัยและผูกพันกันลึกซึ้ง
สังคมปัจเจกหรือที่เรียกว่าว่าสังคมตัวใครตัวมัน เป็นลักษณะของสังคมเมืองใหญ่
การดำรงชีพในยุคอุตสาหกรรมทำให้สังคมกลายเป็นปัจเจก
และเสรีภาพเกี่ยวกับการคิดค้นในศตวรรษที่ 18 ได้สนับสนุนความเป็นปัจเจกให้แข็งแรงขึ้น
ผู้คนอยากเป็นอิสระจากอำนาจรัฐ อิสระจากกรอบวัฒนธรรมเก่าที่หลายอย่างทำให้คนธรรมดาอยู่ยาก
เพราะเป็นกรอบที่ฝ่ายอำนาจเป็นผู้กำหนด ความเป็นปัจเจกของชาวบ้านนั้น
ฝ่ายอำนาจย่อมไม่ชอบแน่นอน เพราะทำให้ดื้อ หัวแข็ง ปกครองยาก
ความเป็นปัจเจกจึงเกี่ยวข้องกับเสรีภาพด้วยในยุคนั้น

ต่อมาเมื่อกรอบวัฒนธรรม(ตะวันตก)เปลี่ยนไปสู่ยุคสมัยใหม่เต็มที่
ผู้คนเป็นปัจเจกบุคคลกันเต็มที่ แต่ในความจริงอีกส่วนหนึ่ง ไม่มีใครเป็นตัวเองได้ทั้งหมด
อำนาจเปลี่ยนมือไป อำนาจใหม่เข้ามาคุมปัจเจกชนแบบไม่รู้สึกตัว ทุนนิยมเป็นอำนาจใหม่
การผลิตแบบอุตสาหกรรมและการโฆษณากลายเป็นอำนาจควบคุมความเป็นปัจเจก
เราจึงไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้เต็มร้อย
ลองดูตัวอย่างคำโฆษณาเก่าแก่อันนี้ ..."แอร์โรว์..เอกลักษณ์ของเอกบุรุษ"
มันสะท้อนให้เห็นข้อเท็จจริงว่า คนเราล้วนต้องการเป็นเอกบุคคล
แต่ถ้าเราใส่เสื้อยี่ห้อนั้น เราจะเป็นเอกบุคคลได้จริงหรือ

ดังนั้น ความเป็นปัจเจกชนแบบสุด ๆ แบบว่าไม่เกี่ยวข้องกับสังคมเลยนั้น จึงเป็นไปไม่ได้
แม้แต่ปัจเจกพุทธะ ต่อให้ไม่สั่งสอนอะไรใครเลย แต่ด้วยจริยวัตรของปัจเจกพุทธะเอง
ย่อมเป็นการสอนโดยธรรมชาติอยู่แล้ว มนุษย์เรียนรู้จากการซึมซับและเลียนแบบ

ยิ่งกระบวนทัศน์ใหม่ที่มองทุกสิ่งในจักรวาลว่าเชื่อมโยงเกี่ยวพันกันเป็นข่ายใยแห่งชีวิต
คำว่าปัจเจกจึงถูกมองแบบองค์รวมไปด้วย

หนึ่ง...ความเป็นปัจเจกในวงแคบสุด คือความเป็นตัวของตัวเองนั้นต้องมี เป็นปัจเจกในความหมายที่สร้างสรรค์ ต้องคิดเองตัดสินเองได้ ไม่งั้นก็ตกเป็นเหยื่อระบบการผลิต พวกที่ออกไปใช้ชีวิตทางเลือกนั่นก็เป็นลักษณะปัจเจกแบบหนึ่งที่เลือกวิถีชีวิตของตัวเอง

สอง..แต่ในวงที่กว้างออกไป ตัวเองเป็นตัวของตัวเองได้ แต่ตัวเราไม่สามารถหลุดออกนอกวงโคจรของสังคมได้ ดังนั้นปัจเจกชนจึงละทิ้งชุมชน ละทิ้งสังคมไม่ได้ ใครไม่สนใจหรือเมินเฉยต่อการมีส่วนร่วมของสังคม ที่สุด ผลมันก็ย้อนกลับไปที่ตัวปัจเจกบุคคลนั่นเอง

พูดไปเรื่อย ๆ จนดูเหมือนจะยาวเกินไปหน่อยแล้วสิ

ย้ายสมองมาเรื่องคำใหม่ ๆ ดีกว่า
เมื่อสิบสองปีที่แล้ว จูงมือลูกชายเดินซื้อของในห้าง
เดินผ่านแผนกสตรี เจ้าลูกชายตะโกนเสียงดัง
"แม่ ! ที่แขวนนมอันนั้นเหมือนของแม่เลย ฮ่า ๆ "
สายตารอบตัวหลายคู่ หันมามองที่แม่ลูกคู่นี้โดยมิได้นัดหมาย
"อื่อ ๆ ที่แขวนนมมันก็หน้าตาเหมือน ๆ กันหมดแหละลูก"

(เรื่องจริงเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ที่แขวนนมเป็นเรื่องของปัจเจกที่ไม่ปัจเจก
อิอิ เขียนไปให้คุณหมูเวียนหัวเล่น)

๕๕๕ แก้ว
ไอ้คำว่าสองแง่สามง่ามเนี่ย เดี๋ยวได้ต้องตีความอีกหรอก ;-))))









โดยคุณ : พี่โพ - [ 4 ต.ค. 2544 , 08:45:32 น.]

ความเห็นที่ 29

มาลงชื่อค่ะ ชอบคำพูด ที่ เค้าคุยกันหลายๆคำข้างบนค่ะ
แต่รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่อง บ้าง งูๆ ปลาๆ
พอดีอ้อม เป็น คนใส ...ใจไม่โฉด เหมือนใครข้างบน
(วันนี้ลามปามเล่นของหิ้งหน่อย)
และค่อนข้างซื่อค่ะ(บื้อ)
ต้นงิ้ว เป็น ต้นเดียว กับต้นทองหลาง ต้นปาริชาติไหมค่ะ
(ตอนหนูพิมพ์ถาม นี่ หนูทำหน้า ซื่อ ซือ)


โดยคุณ : อ้อม(จะโดนเคาะกบาลผ่านสายโมเด็มไหมเนี่ย) - [ 4 ต.ค. 2544 , 10:47:15 น.]

ความเห็นที่ 30

แฮ่....ผมทำเอา"ฉิมพลี"แถวนี้เตลิดไปหมดเลย ...ฮิฮิ ขอโทษพองาม
เข้าใจครับ ว่าหมายถึงอะไร เข้าใจนี่หมายถึง"พอจะเข้าใจ"
ในความหมาย"ตรง" ไม่ใช่ในความหมาย"แฝง"

อ้อม ..ต้นงิ้วไม่เคย(คิด)ปีน เลยไม่รู้จักลักษณะ
ต้นไม้ที่เคยปีน มีต้นมะขาว ที่โรงพัก(สถานีตำรวจ)ใกล้บ้าน ตอนเด็กๆ แล้วก็ต้นฝรั่ง ฯลฯ
มีไม่กี่ค้นหรอก ..
ส่วนต้นงิ้ว จนด้วยเกล้าที่จะตอบ
และอย่ามาเสียเวลาชวนเลย ....ถ้าอยากจะไปปีน ไปเองได้ครับ...

ตอนนี้เริ่มกวน ....ที่ใส่รองเท้าหลายคน ฮ่าๆๆๆ

พี่โพ แล้วตกลงไม้แขวน"เสื้อ" ขนาดเดียวกันไหม?(กวนรอบสาม)


โดยคุณ : คุณชาย - [ 4 ต.ค. 2544 , 11:24:58 น.]

ความเห็นที่ 31

ขอบคุณพี่โพมากครับ.......
ที่สละเวลามาสอนคนโง่อย่างเรา...(และคนฉลาดก่อนเรา..55)

ไปหละครับ...พูดมากเดี๋ยวกลัวเปลี่ยนสภาพจากหมู..ไปเป็นเชื้อ...เชื้อ....เชื้อ..อะไรน่ะ....อ้อ.....เชื้อ...เชื้อ....เชื้อ..
ฮ่องกงพระบาท....


โดยคุณ : หมู..ตอนนี้เป็นแค่..Fungus - [ 4 ต.ค. 2544 , 11:42:31 น.]

ความเห็นที่ 32


ขอแก้คำผิด

-คำว่า"แฮงค์"
ทำให้สงสัยต่อไปว่า คนแฮงค์ กับ คอมแฮงค์ คำไหนเกิดก่อน ใช้ก่อนกัน -

และมีคำๆหนึ่งที่เทห์มากเลย "เธอทรมานฉันด้วยความสุข"

ตกลงเลยอยากรู้ว่า จริงๆแล้ว สุข หรือทุกข์ กันแน่...อิอิ

มห. อาจจะไม่ต้องตอบก็ได้ครับ เพราะมันเป็นเรื่องที่รู้ได้และเข้าใจได้เฉพาะตัว เฉพาะตน ของคนๆนั้น(ปัจเจก) ...นั่นเอง




โดยคุณ : c4 - [ 4 ต.ค. 2544 , 13:18:17 น.]

ความเห็นที่ 33

มาตอบพี่โพเรื่องร้านหนังสือใน กทม. (จากที่กลับไปตามล่ามา)
ตอนกลับไปจะมุ่งไปซื้ออยู่ 2-3 แห่ง และจะมีบางแห่งที่ไม่ตั้งใจไปเท่าไหร่ (เพราะไปแล้วหาอะไรไม่ค่อยได้) เช่น ร้านดอกหญ้า ที่มีอยู่ตามห้างทั่วไป ... ส่วนใหย่เข้าไปดูๆ เผื่อฟลุ้ค

ถ้าเป็นพวกนิยาย หรือหนังสือดังๆ ได้ลดราคาถูกๆ หรือ หายากบางเล่ม ต้องจะไป -จตุจักร- ถ้าเป็นหนังสือตำรับตำรา หนังสือทั่วไป หนังสือเด็กๆ จะเข้า ซีเอ็ด / แพร่พิทยา / ศึกษาภัณฑ์ (ถ. ราชดำเนิน) หนังสือวรรณกรรมเฉพาะกลุ่มบางเล่มบางเรื่อง ต้องเดินขาลากหน่อย เพราะหาไม่ค่อยเจอ (หรือหนังสือที่เราอยากได้ ร้านเขาไม่อยากขายก็ไม่รู้สิ)

แวะไปแถวๆ ท่าพระจันทร์ - ท่าช้าง ก็ยังใช้ได้ (ไปหาขนมแถวนั้นกินด้วย ถิ่นเก่าพี่นี่นา) เขาว่ากันว่า ร้านนายอินทร์ - ท่าพระจันทร์ ก็ดีพอใช้ได้นะคะ หรือ -ร้านท่าช้าง- ตรงท่าเรือข้ามฟาก เป็นร้านขายหนังสือมือสอง แบบหนังสือคัด มีเรื่องดีๆ มาขายเสมอ...แถวสยามก็ยังพอโฉบได้ ระวังสายเดี่ยวเฉี่ยวเอาหน่อย
บนห้างเซ็นทรัล คอมเพล็กซ์ (ปิ่นเกล้า ลาดพร้าว) ชั้นหนังสือก็มีให้เลือกหลายร้านค่ะ...ลองเดินเที่ยวดูให้ขาลากเลย : )


โดยคุณ : แก้ว กังหัน - [ 4 ต.ค. 2544 , 13:58:41 น.]

ความเห็นที่ 34

สวัสดีค่ะ..
ขออนุญาต " แจม " ด้วยค่ะ
ยอมรับเลยว่า เป็นคนไทยภาษาไทย " อ่อนแอ "
และยอมรับว่า บางครั้งวลาพูดคุยจะใช้คำภาษาไทยที่ถูกต้อง
ต้องใช้เวลาคิดนาน

แก้ว จ๊ะ - - ที่ว่า ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่ประชาชนยากจน
แต่เป็นสวรรค์ของนักอ่านหนังสือ เป็นแหล่งของหนังสือดีราคาถูก
มีร้านขายหนังสือทุกหัวถนน - - ไม่รู้ว่าได้รับวัฒนธรรมจากสังคม
ตะวันตกหรือเปล่า เพราะว่าประเทศอินเดีย ครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษ

คำว่า หุหุ..อุอุ..อิอิ ยอมรับเลยว่าเริ่มหัดใช้และรู้จักในอินเตอร์เนต

คุณหมู ไม่ขี้บ่นหรอกค่ะ .. ขอบอกตามตรงว่า เวลาอ่านข้อความที่คุณหมูเขียน .. อ่านแล้วมีเสียงหัวเราะ.. หุหุ ..

ชอบที่พี่โพเขียน "มุขตลก"จากลูกๆ - หรือว่า "มุก" คำไหนที่
ถูกต้องคะ อ่านแล้วมีเสียงหัวเราะ เช่นกันค่ะ ..

ขอบคุณค่ะ












โดยคุณ : พี่เหมียว - [ 4 ต.ค. 2544 , 20:22:49 น.]

ความเห็นที่ 35

ฉิมพลี ในไอเดียผม น่าจะตรงกับที่คุณแก้วกับคุณ mie ว่าไว้นะ...
แต่ตอนที่เพื่อน “แอ๊ว” ถามน่ะ พวกเราอึ้ง เพราะ
1. เกรงใจแอ๊ว....
2. อยากหัวเราะ เพราะคิดไปไกลถึงปลายทางฉิมพลี โน่นแล้ว....แต่ต้องเหยียบไว้....
ความจริงยังมีเรื่องน่ารักๆ ของแอ๊วมากมายเลยนะครับ....
แต่ที่ยกมาคุย เพราะรู้สึกว่า จะ”เข้าทาง สมาชิกชาวลาน”คิดไปเรื่อย”
....ปรากฏว่า “โดน” คือ ไปๆมาๆ ก็มาช่วยๆกัน ……….“คิดไปเรื่อย ๆ ”...จริงๆ
หวังว่าคงช่วยให้ยิ้มออกบ้าง

เพ่โพ....นานๆปล่อยมุขที เล่นเอาเราหัวเราะ ....อ๊าก ....อ๊าก...

ร้านหนังสือ ถ้าไม่กลัวร้อน (ล่าสุด ได้ข่าวว่ามีสุนัขบ้าแถวๆนั้น) จตุจักรดีที่สุด ครับ
ร้านติดแอร์ ...ผมชอบศูนย์หนังสือจุฬามากที่สุด ครับ มีหนังสือให้เลือกมากที่สุด ซื้อเกิน 800.- ลด 10-15% แถมรูดการ์ดได้อีกต่างหาก
เอเชียบุ๊คส์ ร้านเล็ก แต่มีหลายสาขา มีหนังสือฝรั่งให้เลือกมาก
หนังสือเก่า ว่าจะไปดูที่ ถนนข้าวสาร
พี่โพ รอไปงาน มหกรรมหนังสือ วันที่ ราวๆ 18 ตค. นี้เลยไม่ดีกว่าหรือครับ ?

คุณหมู....เชื้อราในร่มผ้า หรือ แค่คันตามนิ้วมือนิ้วเท้า ... ?

C4
"เธอทรมานฉันด้วยความสุข"
น่าจะเกิดหลังจากการฝ่าฝืนคำกล่าวที่ว่า “ถ้าจะรักขอแค่มอง อย่าไปลอง มันจะเจ็บ”
............
ทักหมู่ด้วยครับ


โดยคุณ : shane..... กำลังมันส์ - [ 4 ต.ค. 2544 , 21:06:13 น.]

ความเห็นที่ 36

ที่ต้องไปศูนย์หนังสือจุฬา เพราะที่นี่เขามีหนังสือเฉพาะทางและจอดรถสะดวกดี
ร้านที่พี่แก้วแนะนำก็ดีนะ นึกถึงบรรยากาศเก่า ๆ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยไหว ถ้าต้องขาลากเนี่ย
ไม่ใช่ขาไม่ไหวนะ ปอดไม่ค่อยไหว ถ้าแถวที่รถเยอะ คนเยอะ ไม่ค่อยอยากไปเดิน

งานมหกรรมหนังสือนี่เขาจัดกี่ทีก็ไม่ค่อยได้ไปกะเขาเล้ย ไม่มีวาสนา
ปีนี้ทางสำนักพิมพ์ไลฟ์ก็ชวนให้ไป พอดีหนังสือที่เขียนให้เขาจะออกเล่ม 2
และจะมีงานมหกรรมการศึกษาทางเลือกที่คณะครุศาสตร์จุฬาวันที่ 15-17 ตค
แต่สงสัยไม่มา ค่าเครื่องบินมันบวกค่าประกันภัยเพิ่มอีก

พรุ่งนี้ก็จะกลับบ้านนอกแล้ว วันนี้เลยแวะไปดู จันดารา มา
เที่ยวนี้ดูหนังรวด 3 เรื่องเลย สุริโยทัย A.I. และจันดารา (ขอเกทับพวกคอหนังหน่อย)

อ้อ ! พี่เหมียวกับพี่เชน
เรื่องที่พี่โพเล่าข้างบน ไม่ใช่มุขนะจ้ะ ธ่อ! เราไม่ใช่คนตลก

บางทีติดจะชอบพูดแต่เรื่องจริงจัง และติดบรรยายไปหน่อย
ที่เขียนเรื่องปัจเจกน่ะ ไม่ได้ตั้งใจสอนหรอกพี่หมู อย่าถือสาเลยนะ
แบบเกิดมาก็ถือชอล์กมาแล้วน่ะ


โดยคุณ : พี่โพ ผู้มีสัมมาคารวะ เรียกพี่ซะให้หมด - [ 5 ต.ค. 2544 , 00:46:13 น.]

ความเห็นที่ 37

ดูเหมือนเมื่อกี้มีบางอย่างผ่านสายตาไป
กลับไปดูกระทู้ข้างบนเห็น
" ....shane..... กำลังมันส์ ..."
เขียนแบบนี้ พวกใจใส ๆ อย่างเรา
ก็อดคิดไปเรื่อยไม่ได้นา


โดยคุณ : พี่โพคนใส ๆ - [ 5 ต.ค. 2544 , 00:51:15 น.]

ความเห็นที่ 38

ปัจเจกที่พี่โพเล่า
ได้ความรู้ดีจริงๆ
ขอขอบคุณ :)

แถมร้านหนังสือ
คิโนะคูนิยะ ชั้น 6 อิเซตัน เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์
แผนกภาษาไทยของเขาน่าสนใจพอควร
ที่สยามฯ ร้านโอเดียนสโตร์เก่าแก่ดั้งเดิม
(เยื้องๆ โรหงนังสกาลา) ก็ยังน่าประทับใจ
แม้ไม่มีแถมปกพลาสติกหรือส่วนลดก็ตาม


โดยคุณ : miemuang - [ 5 ต.ค. 2544 , 03:36:18 น.]

ความเห็นที่ 39

อืม...คุณ shane..... กำลังมันส์

แค่คิดจะรัก ก็เริ่มจะเจ็บแล้ว
มีบางคน(ใครกันหนอ)เคยกล่าวไว้ว่า "ถ้าจะรัก ก็จงลืมคำว่าเสียใจ"

เพราะฉะนั้น "เธอทรมานฉันด้วยความสุข" จึงเป็นการสมยอมของฝ่าย ฝ่ายผู้ถูกทรมาน ยอมทุกอย่าง ยอมเพราะว่ามีความสุข (โอ...นี่คือความรู้สึกที่เป็นส่วนตัวนะครับ แต่ถ้ารู้สึกกันแบบนี้เยอะ ก็จะกลายเป็น ความรู้สึกของ "มหาชน" คนส่วนใหญ่)


โดยคุณ : c4 - [ 5 ต.ค. 2544 , 07:41:13 น.]

ความเห็นที่ 40

พี่โพครับ.........

Simone Weil.....

อ่านให้ถูกต้อง..ต้อง ซิม็อน...เวล์(วิเอ ตัว ลอลิงไม่ออกเสียงครับ...)...
..อาทิตย์นี้เป็น Longweeken ของที่ คานาดา.Thanks Giving..เร็วกว่าอเมริกาหนึ่งเดือน..พ่อตาแม่ยายมาเยี่ยม..ปีละครั้ง..ก็เลยพาไปทานอาหารที่ร้านอาหารของเพื่อน..[url]Savana Cafe[/url] คุณยายคนที่เป็นกุ๊กในนั่น..เป็นคนมาจากประเทศฝรั่งเศส..อายุเจ็ดสิบห้าแล้วหละครับ..แกออกมาคุยกับพ่อตาแม่ยาย..เขาคุยกันเรื่องสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง..และเขากล่าวถึง คุณยาย Simone Weil นี้ด้วย ผมเลยได้โอกาสถามเลยเพื่อความแน่นอน..
คุณยายคนที่เป็นกุ๊กเลยเล่าให้ฟังว่า...ซิมอน เวล์..นี่แกเป็นคนเชื้อสายยิว...เคยอยู่ในค่ายกักกันเชลยชาวยิว(Concentration Camp)...สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง..พอสงครามยุติ..แกก็อพยพ..ไปอยู่ที่ฝรั่งเศส..แกดำเนินชีวิตโดยการเล่นการเมือง..และเป็นนักเขียน..ในฝรั่งเศสแกจะมีชื่อเสียงพอสมควร..ปัจจุบันก็อายุประมาณ 75 ปีแล้ว..ยังคงพัวพันกับงานเขียนอยู่บ้าง...
นามสกุล...Weil..ของแกนั้น..เป็นภาษาฮิบรู(แปลว่าอะไรไม่รู้)..
ดังนั้น..จึงต้องออกเสียงแบบยิว..คือ...."เวล์."

เอ...แล้วภาษาดิ้นได้นี่...ขึ้นอยู่ที่คนสื่อ..หรือคนรับครับ????ผมว่าประเด็นภาษาดิ้นได้นี่..น่าสนใจน่ะครับ..

มห...ผมขอบคุณจากใจจริงๆน่ะครับพี่โพ..ยอมรับว่าพี่โพเคาะสนิมในสมองของผมได้ดีมากครับ..ขอบคุณอีกครั้งครับ


โดยคุณ : หมู - [ 5 ต.ค. 2544 , 10:46:10 น.]

ความเห็นที่ 41

ใช่ๆๆๆ ...คิโนะคูนิยะ ชั้น 6 อิเซตัน เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์
ขอยืนยันด้วยคน ...
(อีกอย่าง อิเซตัน สาวญี่ปุ่นที่มาชอบก็โอเค--อันนี้คงไม่เกี่ยว)

ส่วนที่ว่า "หากจะรัก ต้องลืมคำว่าเสียใจ"
น่าจะมาจาก LOVE STORY จำไม่ได้ว่าใครเขียน ...
แต่เป็นหนัง ไรอัน โอนีล(จำได้คร่าวๆว่าหล่อมาก) กับ อาลี แม็คควอร์(เขียนผิดแน่นอน) นำแสดง


เขียนเรื่อง LOVE STORY แล้วเหมือนแก่ยังไงไม่รู้
เพราะเชื่อว่า คนวัยต่ำกว่า 30 ไม่รู้จักทั้งหนังและดารา


โดยคุณ : คุณชาย - [ 5 ต.ค. 2544 , 10:58:42 น.]

ความเห็นที่ 42

http://www.savanacafe.com
''the Ottawa Original fusion..
....where east meet west...

ประทานโทษครับ..ใส่ผิด...พี่โพเข้าไปดูได้ครับ...ดู Menu แล้วอยากทานอะไร...ผมจะไปขอสูตรจากยายคนที่เป็นกุ๊ก..
ให้ครับ...ส่วน Webpage เขานี่ยังเลอะอยู่ครับ...ผมทำ
ให้ใหม่แล้วแตายังไม่ Launch ครับ


โดยคุณ : หมู แก้ตัวอีกรอบ - [ 5 ต.ค. 2544 , 20:15:45 น.]

ความเห็นที่ 43

อาลี แมคกรอว์
:)
คนเขียนน่าจะชื่ออีริค อะไรสักอย่างนี่ละ
แต่ยังนึกไม่ออก
แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่แคลพตัน


โดยคุณ : โมฮัมหมัด อาลี - [ 5 ต.ค. 2544 , 20:45:26 น.]

ความเห็นที่ 44

นึกออกแล้ว คนเขียน LOVE STORY ...น่าจะเป็น อีริค ซีกัล
เอ.....หรือผิดอีก(วะ)


โดยคุณ : คุณชาย - [ 6 ต.ค. 2544 , 12:29:01 น.]

ความเห็นที่ 45

แม่นแล้วคุณชาย


โดยคุณ : อาลีบาบา :) - [ 8 ต.ค. 2544 , 04:48:28 น.]

ความเห็นที่ 46

มาคุยด้วยตอนตลาดวายแล้ว....นึกอะไรออกก็ย้วยไปเรื่อยนะ...

ภาษาไทยจะให้แข็งแรง คงต้องช่วยๆกัน ทั้งท้วงติงติชมกันไปหลายๆด้าน ทั้งอ่าน-พูด-เขียน อย่าง การเขียนๆให้บ่อยๆ
คงไม่ถึงกับเขียนเพื่อจะเป็นนักเขียน เพียงแต่ใส่ใจในสิ่งที่เขียน ไม่ว่าจะเขียนโน้ตสั่งงาน เอกสารออฟฟิศ จ.ม. ต่างๆ
หรือการคุยในเว็บบอร์ดนี่หละ ( ขอสิทธิ์ในการท้วงติงอย่างชอบธรรม เวลาเห็นใครเขียนผิดนิ..อิอิ…) คงจะช่วยให้การสะกด ผันวรรณยุกต์ถูกต้องมากยิ่งขึ้น เพราะรักภาษา+เป็นภาษาของเราเอง

แต่พูดไทยคำฝรั่งคำที่กำลังอินเทรนด์ก็คงต้องดูเป็นกรณีๆไป
ดูเจตนาของผู้พูดผู้ใช้ว่าจงใจพูดเพื่อแสดงอะไรบางอย่างหรือเปล่า เพราะคำฝรั่งบางคำเราก็พูดทับศัพท์กันจนกลมกลืนแทบ
จะกลายเป็นคำไทยไปแล้ว อย่างรับโทรศัพท์มาคำแรกก็ฮัลโหล…โอ.เค…. ( ผู้จัดรายการวิทยุบางรายการก็มีการอนุรักษ์
ให้คนฟังพูด “สวัสดีค่ะ-ครับ”แทน) …ไอ้นี่ไม่เวิร์กนะ…เพลงฮิตไต่ชาร์ตของสัปดาห์นี้… มันสะดวกปากกว่าที่จะพูดคำไทยบางคำ เช่น แถบบันทึกเสียง (เทปคาสเส็ท) วิดีทัศน์ (วิดีโอ) กระด้างภัณฑ์ (ฮาร์ดแวร์) ละมุนภัณฑ์ (ซอฟแวร์) คณิตกร (คอมพิวเตอร์)….

แต่ศัพท์ใหม่ๆ (อาจจะเก่าแล้ว) จำพวก -ห่วยแตก- / -ตรึม-
ก็คิดว่าไม่น่าจะทำให้ภาษาวิบัตินะ เป็นการสนุกกับภาษามากกว่า เพราะคำไหนถ้าไม่เป็นที่นิยม อีกไม่นานคำเหล่านี้ก็ตายไปเอง

อย่าง-ห่วยแตก-นี่เจอครั้งแรกในซับไตเติ้ลของโรงหนัง มันได้อารมณ์แย่ดีจัง ห่วยแล้วยังกระจัดกระจายอีก ไม่รู้ใครเป็นคนต้นคิด หรือตรึมนี่ เจอในนสพ.หัวเขียว ตอนแรกอ่านเจอบอก-ฮากันตรึม- นึกถึงเพลงแนวกันตรึมของเขมรไปโน่น

เคยไปดูงานแสดงคอนเสิร์ตแบบไทยๆงานหนึ่ง ตอนช่วงพัก พิธีกรบนเวทีพูดว่า -ช่วงนี้พัก 15 นาที ขอเชิญทุกท่านไปทำธุรกิจส่วนตัวกันได้นะคะ- ..ฟังแล้วก็ขำ…ขอทำแค่ธุระส่วนตัวคงพอนะ.…


โดยคุณ : pen - [ 9 ต.ค. 2544 , 20:40:39 น.]

ความเห็นที่ 47

กระทู้ยังไม่วายเสียทีเดียวค่ะ พี่ pen
แต่มีอาการหงอย เซ็ง ซึม เซื่อง อืด เป็นวาระๆ กันไป

จริงๆ เราก็ใช้คำทับศัพท์อยู่หลายคำ เป็นคำที่สะดวกปาก และคนอื่นสามารถเข้าใจได้ คือ จะไม่พูดคำอะไรที่ผู้ร่วมสนทนาจะไม่สามารถเข้าใจ - โดยไม่จำเป็น ... อะไรที่มันมากเกินไป ก็ดูน่ารำคาญ อย่างคนที่ชอบพูดคำไทยสำเนียงนอกแบบ...เชอะๆ ชะๆ (จีบปากจีบจมูก) ...เป็นต้น

เคยฟังรายการเพลงสากล สถานีคนไทยจัดน่ะ คลื่นอะไรหนา (95.5 มั้ง) ดี.เจ ผู้หญิง ขออภัย ... พูดดัดจริตมาก ทนฟังไม่ได้ เพราะจะชอบปากเสียว่าเขา : P

สมัยก่อนเคยทำงานกับคุณด็อกๆ แวดวงคนจบนอก เวลาประชุมกันที โอย... ภาษาอังกฤษคำ ไทยคำ ฝรั่งเองก็ฟังไม่รู้เรื่อง น้องๆเด็กๆ ก็งงกันไป ...มีอันรำคาญ เลยนั่งหุบปาก หลับทางใน ตาเบิกไปตลอดการประชุม

บางช่วงก็บ้าๆ ออกอาการ -ฮึดฮัด- ใครพูดอะไรมา เราแปลไทยกันหมด ไอ้พวก -ละมุนภัณฑ์- ...-กระด้างภัณฑ์-... นี่ก็เคยเอามาใช้เล่นกันพักใหญ่นะคะ เป็นที่สนุกสนาน...ทำภาษาวิบัติได้อีกหลายคำ

ไม่ค่อยรังเกียจคำใหม่ๆ อย่าง -จ้าบ- หรือ -ตรึม- (ยิ่งคำนี้ เวลาออกเสียงให้ต่ำๆ จะได้อารมณ์มาก) ตอนได้ยินแรกๆ ก็งงๆ พอเข้าใจแล้วก็ชอบใช้เหมือนกัน แบบว่า คบพวกเด็กๆ ก็ต้องวัยรุ่นตามทันกัน...ฮึๆ


โดยคุณ : แก้ว กังหัน - [ 9 ต.ค. 2544 , 23:07:34 น.]

ความเห็นที่ 48

ขัดใจพิธีกร อีกรอบ

"เลือกข้อไหน ระหว่าง ..(1).. หรือ ....(2).."

ไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกหรือเปล่า จำได้ว่า
ถ้าไม่ใช้
เลือกข้อไหน ระหว่าง ....(1).. กับ ...(2)....
หรือ
เลือกข้อไหน ระหว่าง ....(1).. และ ...(2)....

ก็น่าจะใช้
เลือกข้อไหน ....(1).. หรือ ...(2)....

ปนเปกันแล้ว แหม่งๆ (ไปแก้ไวยากรณ์ให้เขาอีกแล้ว ... แก้ผิดแก้ถูกก็ไม่รู้แหะ)


โดยคุณ : มะ-ปราง - [ 9 ต.ค. 2544 , 23:34:18 น.]

ความเห็นที่ 49

จ๊าบ แก้ว :)


โดยคุณ : พี่ - [ 10 ต.ค. 2544 , 04:04:17 น.]

ความเห็นที่ 50

เป็นคนที่ภาษาไทยอ่อนแอที่สุด ทั้งเขียนและพูด
เกลียดวิชาเขียนไทยที่สุด เพราะมักจะคาบเส้น
ส่วนการพูดผาชีชอบแก้ให้บ่อยๆ พูดไม่เป็นไทย มีกลิ่นนมเนยอยู่เยอะ
(คงเพราะได้ตัวอย่างไม่ดีมาเยอะ มันจะซึมซับ สะสมไปเรื่อยๆ
ตอนหลังเลยไม่ค่อยอ่านเรื่องแปลมา เพราะไม่อยากเคยชินกับสิ่งที่ไม่ดี)
ยิ่งศัพท์แสงที่ใช้ในวิชาชีพ เนื่องจากไม่เคยเรียนหรืออ่านภาษาไทยเลยยิ่งลำบาก
พอบัญญัติเองก็แปลกๆ ดีที่ไม่ค่อยได้ไปคุยกับคนที่ต่างสาขาเท่าไรนัก
ไม่งั้นอาจจะเกิดอาการอย่างแก้วก็ได้
พอไปฟังคนอื่นพูดไทยคำ-ภาษาต่างด้าวคำก็รำคาญเหมือนกัน เพราะไม่รู้เรื่องขอหลับดีกว่า
แต่จะใช้ละมุนภัณฑ์ก็ไม่ไหว
ตอนทำรับแปลศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับปิโตรเลียมนะ ลำบากมาก
ไม่รู้จะใช้คำว่าอะไร ต้องดูก่อนว่าเขาเคยใช้อะไร
ใช้ทับศัพท์ซะชิน พอรู้คำไทย เราต้องร้องอ๋อ แต่หลายคำก็ทำเอามึน
อย่าง Export pipeline จะแปลว่าอะไร Tank farm จะแปลว่าอะไร ฯ

ส่วนภาษาที่เกิดขึ้นใหม่ๆ มันบอกว่าภาษามีชีวิต มีพัฒนาการ ยอมรับได้ค่ะ


โดยคุณ : กุ้ง (ว่างจัด) - [ 10 ต.ค. 2544 , 10:11:28 น.]

ความเห็นที่ 51

นอกจากที่จตุจักรแล้ว ที่ไหนมีร้านขายหนังสือเก่า บ้างครับ


โดยคุณ : นายไก่ - [ 9 ส.ค. 2547 , 12:41:36 น.]

ความเห็นที่ 52

สวัสดีครับ
อ่านมาหลายข้อความ น่าสนใจดีครับ ขอไปเรื่องความเห็นจากกระทุ้นะครับ ตนเองมีอาชีพใข้ภาษาหากินมาตลอดอย่างน้อย สองภาษา จะมีปรัชญาการทำงานว่า ถ้าต้องใช้ภาษาก็ต้องให้ดีและใกล้เคียงมากที่สุด เห็นหลายๆคนใช้ภาษาไทยแบบ ขนมครกจิ้มเนย หลายคนคงสงสัยว่าเป็นอย่างไร ถ้าอยากพูดคุยลึกๆแล้ว โทรคุยกันได้นะครับ หรืออยากรู้ว่าเป็นใครให้เข้าไปดูที่www.arthurtraining.com หรือส่งข้อความคุยกันได้ที่arthurtraining@yahoo.com


โดยคุณ : Art Seeha-Umpai/Arthur/อรรจน์ สีหะอำไพ - [ 22 ส.ค. 2547 , 00:13:25 น.]

ความเห็นที่ 53

มีใครแนะนำได้บ้าง

อยากรูว่าคำในภาษาไทยที่มักอ่านผิดมีอะไรบ้าง และที่ถูกอ่านว่าอย่างไร จะหาได้จากที่ไหนค่ะ


โดยคุณ : ต้องความช่วยเหลือด่วน - [ 2 ก.พ. 2006 , 13:12:32 น.]

ความเห็นที่ 54

ทำไมไม่ผู้กันมากมากนะ


โดยคุณ : 555+ - [ 7 ก.ค. 2006 , 17:41:34 น.]

ความเห็นที่ 55

เบื่อครับที่ต้องทนมานังอ่าน Emal จากที่ทำงานของพวกที่ชอบทำให้ภาษาวิบัติ ไม่รู้ไปขุดมาจากใหน อย่างเช่น
หวัดดี P.....
ก้อดี
ซะงั้น
บายใหม


โดยคุณ : ตัวใหญ่ - [ 15 ส.ค. 2006 , 11:40:53 น.]

ร่วมบันทึกเพิ่มเติมค่ะ



โดยคุณ
email
ICQ