ลานสามัญชน
.

บันทึกการอ่าน

สมัญญาแห่งดอกกุหลาบ

เมื่อสี่ห้าปีก่อนเคยได้ยินชื่อหนังสือเล่มนี้มาบ้าง หลายคนบอกว่าอ่านยากมั่งละ
บางคนบอกว่าน่าอ่านมั่งละ คำโปรยปกหลังก็บอกว่าเป็นหนังสือคลาสสิกแห่งยุคทีเดียว
แล้วฉันละสะดุดใจอะไรกับหนังสือเล่มนี้ละ ทำไมไม่หามาอ่านตั้งแต่ช่วงนั้น
เทียวเดินแวะดูตามชั้นหนังสือไม่รู้กี่รอบ
จำไม่ได้ว่าคนอื่นวิจารณ์เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้อย่างไร
แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร มันก็ทำให้อยากรู้เกี่ยวกับหนังสือ อยากรู้ว่ามันจะบอกอะไรบ้าง
ที่สะดุดใจมากก็คือปกและภาพประกอบหนังสือ
ครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งแรกก็ได้ที่อยากจะอ่านเนื้อหาข้างในจากปกและภาพประกอบ
ภาพนักบวชของปกหลัง หรือภาพสัตว์ในเทพนิยายถือกระดานที่ปกหน้าช่างกระตุ้นความอยากรู้ แต่นั่นแหละด้วยความหนาของหนังสือจึงต้องปล่อยหนังสือไว้ในร้านหนังสือหลายปี

หลายปีผ่านไปฉันเริ่มรู้จักคนแปลผ่านตัวหนังสือ
นั่นอีกมั้งเป็นแรงกระตุ้นให้อ่านเล่มนี้เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา
และแล้วหลังจากอ่านคำนำ โดยเนื้อแท้แล้วคือฉบับร่าง
ฉันบอกกับตัวเองว่า หนังสือเล่มนี้น่าอ่าน สนุก
แต่ด้วยการบรรยายที่มากมาย
เหมือนกับอยากจะให้คนอ่านเป็นหนึ่งในตัวละคร
ทำให้ต้องนั่งอ่าน หรืออ่านอย่างมีสติมากขึ้น
ไม่งั้นหนังสือเล่มนี้ก็เหมือนยานอนหลับดีๆนี่เอง
และคงอ่านไม่ถึงเป็นแน่ บ่อยครั้งที่ต้องย้อนกลับไปอ่านใหม่หลายหน้า
เพราะก่อนหน้านั้นอ่านแบบสะลึมสะลือ
ฉันอ่านหนังสือแบบโกงๆนิดๆ
อ่านตอนต้นไปถึงต้นตอ แล้วอดใจไหวไปอ่านตอนท้ายๆ
จะว่าไปแล้ว การอ่านแบบนี้อาจจะไม่ค่อยดีนักเพราะความตื่นเต้นอาจจะหายไป
แรงกระตุ้นอาจจะหายไป ทำไงได้ละก็อ่านหนังสือมาแบบนี้นานแล้ว ไม่ชอบลุ้น
คิดแบบเข้าข้างตัวเองว่าคนที่อ่านหนังสือแบบนี้ท้าทายคนเขียน
หนังสือหลายเล่มพอรู้ตอนจบก็หมดเลย ไม่สนุก ไม่มีความอยากรู้
นักเขียนที่เก่งจะต้องทำให้เนื้อหาน่าติดตามถึงแม้จะรู้ตอนจบแล้ว

สมัญญาแห่งดอกกุหลาบเป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์รึเปล่า ไม่ค่อยแน่ใจนัก
เพราะความรู้ทางประวัติศาสตร์ของศาสนาคริสต์ไม่มีเลย
นวนิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นเพียงแค่ 7 วัน
ระยะเวลาเพียงแค่ 7 วันมีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย
เริ่มจากนักบวชที่ทำงานที่ที่หออาลักษณ์ตายไป 1 คน
เนื้อเรื่องดำเนินไปในลักษณะ บันทึกความทรงจำของแอดโซ
ภราดาที่ติดตามอาจารย์ซึ่งเป็นตัวแทนของกษัตริย์ฝรั่งเศส
ให้จัดประชุมระหว่างนักบวชที่มีความเชื่อว่านักบวชควรที่จะบูชาความยากไร้
กับกลุ่มของพระสันตาปาที่อารามแห่งหนึ่ง
อารามแห่งนี้ได้ชื่อว่ามีหอสมุดที่มีหนังสือหายากอยู่มากที่สุดแห่งหนึ่ง

เนื่องจากเป็นบันทึกความทรงจำ
จึงมีบทสรุปในแต่ละช่วงเวลาให้คนอ่านได้ทราบคร่าวๆก่อนที่จะอ่านรายละเอียด
ซึ่งท้าทายมาก ท้าทายว่าควรจะอ่านในรายละเอียด หรือผ่านไปเลย

กุ้ง
1 มิ.ย. 2546 , 20:44:42 น.


ความเห็นที่ 1

เคยดูแต่หนังค่ะ
อยากอ่านหนังสือเหมือนกัน
แต่ไม่กล้าอ่านต้นฉบับ กลัวอ่านแล้วไม่จบ
คนแปลบอกว่า ให้รอฉบับพิมพ์ใหม่
กะว่าจะกลับไปซื้อปลายปีนี้

เชิญพี่กุ้งเล่าต่อ...


โดยคุณ : ก.ก.ห. - [ 2 มิ.ย. 2546 , 02:59:28 น.]

ความเห็นที่ 2

นั่นซิแก้ว พี่ก็คิดว่าเคยดูหนังที่มีหลวงพ่อเป็นนักสืบ
พี่ว่ากนังเน้นเรื่องนี้มากกว่าสาระของเรื่อง ...
ที่คนเขียนพยายามจะสื่อ เอ...เราตีความหมายของเรื่องถูกไหมนะ


โดยคุณ : กุ้ง - [ 2 มิ.ย. 2546 , 09:01:23 น.]

ความเห็นที่ 3

สมัญญาแห่งดอกกุหลาบ (ต่อ)
เจ้าอาวาสขอให้วิลเลียมซึ่งเป็นอาจารย์ของแอสโซ
ช่วยสืบสวนการตายของพระในวัดให้
โดยให้ไปไหนมาไหนได้ทุกที่ในวัดยกเว้นห้องสมุด...
ที่ซึ่งวิลเลี่ยมอยากจะเข้าชมอยู่แล้ว
ทั้งๆที่ถูกห้าม ปรกอบกับความต้องการ การแอบเข้าห้องสมุด
หรือหาทางเข้าส่วนที่ลึกลับของห้องสมุด ทำให้เรื่องน่าติดตามยิ่งขึ้น
นอกจากนี้เรื่องยังพาเราย้อนเวลากลับไปรู้ถึงกระบวนการทำหนังสือ
การคัดลอกหนังสือ สถาปัตยกรรม รวมถึงเรื่องสมุนไพร
ที่น่าสนใจคือการใช้ความรู้อำพรางความไม่รู้ของผู้คน
ซึ่งทำให้เกิดความเชื่อที่งมงาย
คนที่มีความรู้สามารถที่จะควบคุมคนที่ไม่รู้ได้
เรื่องหลายเรื่องเราก็เชื่ออย่างงมงายว่าเป็นผีสาง
ทั้งๆที่เกิดจากควันหลอนประสาท
หรือไม่ก็ยกเรื่องแม่มดหมอผีมาอ้าง
ตลอดจนถึงวิธีการหาสืบสวนที่ทำให้คนที่ไม่ได้ทำผิด
ยอมรับในสิ่งที่ตนเองไม่ได้กระทำ
ถ้าเราไม่ปิดหูปิดตาตัวเองจนเกินไป
จะเห็นว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้ยังคงดำรงอยู่ในสังคมไทย
ถึงแม้จะอยู่กันคนละซีกโลก แต่การกระทำไม่ต่างกันเลย

หนังสือเล่มนี้ทำให้อยากรู้ภาษาลาติน
อยากรู้เกี่ยวกับคำสอนของศาสนาคริสต์มากยิ่งขึ้น
ทึ่งในการออกแบบสมัยก่อน ออกแบบทั้งให้สวยงาม และใช้งานได้ดี
ทำให้อยากจะหาเวลาว่างไปเรียนเรื่องแพทย์แผนไทย
ที่สำคัญประโยคข้างล่างนี่ต่างหากที่ทำให้การอ่านหนังสือเล่มต่อๆไปคงจะเปลี่ยนไป

" เมื่อเราพิจารณาหนังสือสักเล่ม อย่าถามว่ามันบอกอะไร จงถามว่ามันมีความหมายอย่างไร"
จากหน้า 439 สมัญญาแห่งดอกกุหลาบ เขียนโดยอุมแบร์โต เอโก แปลโดย ภัควดี วีระภาสพงษ์


โดยคุณ : กุ้ง - [ 2 มิ.ย. 2546 , 09:08:31 น.]

ความเห็นที่ 4

ซื้อเล่มนี้มานอนแอ้งแม้งข้างหัวเตียงประมาณ 2ปีแล้ว
ยังหาฤกษ์อ่านไม่ได้เลย


โดยคุณ : พี่สิ - [ 2 มิ.ย. 2546 , 21:06:00 น.]

ความเห็นที่ 5

เอ...เมื่อกี้เขียนไปยาวเหยียด หายไปไหนแล้วไม่ทราบ
ของผมได้รับเองจากมือคุณภัคฯ ผู้แปล...
พยายามอ่านมาสองสามครั้ง ไม่พ้นเชิงเขาซะที จนคุณภัคฯบอกว่าให้ข้ามไปอ่านหน้าร้อยกว่าๆเลย แต่ผมก็ว่าจะลองดั้นด้นไปเอง
เป็นคนอ่านหนังสือไม่ข้ามไปข้ามมาน่ะครับ

เล่มนี้ ที่ผมสนใจมากๆ คือความที่มันเป็นหนังสือแปลที่มีออกมาสองสำนวน โดยผู้แปลท่านเดิม !
ไม่แน่ใจว่าเป็นเล่มแรก และเล่มเดียวหรือเปล่า
ตรงนี้มองได้สองประเด็น คือ ถ้ามองในแง่ของนักแปล เราจะเห็นความเหนื่อยยาก อดทน และพยายาม สูงมาก
(ก็ขนาดเราคนอ่านยังไปไม่ถึงไหนเลยอ่ะนะ...ฮี่ฮี่ฮี่)
ประเด็นที่สอง มองในแง่ที่มันน่าจะเป็นกรณีศึกษาที่ถูกพูดถึงน่ะครับ
สรุป ก็คือ จะอ่านให้ได้ครับ coming soon

หวัดดีครับพี่สิ...

คุณกุ้งคุยต่อครับ


โดยคุณ : fat - [ 2 มิ.ย. 2546 , 22:03:48 น.]

ความเห็นที่ 6

ผมก็อ่านแล้ว ชอบมากครับ


โดยคุณ : บอย บ้า - [ 2 มิ.ย. 2546 , 23:31:51 น.]

ความเห็นที่ 7

อ่านที่พี่กุ้งเขียนแล้วทำให้อยากอ่าน
ทั้ง ๆ ที่เคยหยิบ ๆ วาง ๆ สมัญญาฯ มาหลายครั้งมาก
แต่ไม่เคยได้หยิบออกจากร้านไปสักที
คงต้องหามาอ่านบ้างแล้ว

พี่กุ้งคะ เรื่องต้นไม้ไม่เป็นไรค่ะ
อ้อยรอต้นใหม่ได้ค่ะ :)


โดยคุณ : อ้อย - [ 3 มิ.ย. 2546 , 11:29:06 น.]

ความเห็นที่ 8

ไม่ทราบเหมือนกันว่าสำนวนแรกเป็นยังไง กุ้งอ่านฉบับปรับปรุงแก้ไข

คุณบอย บ้า ชอบตรงไหนคะ
กุ้งชอบในส่วนของเนื้อหาค่ะ เนื้อหาที่เกี่ยวกับการสืบสวน วิทยาการต่างๆ และส่วนหอสมุดค่ะ
คนสมัยก่อนช่างออกแบบได้เก่ง ถ้ายังไม่ถูกเผา อาจจะหาทางไปเยี่ยมชม
(เห็นไหมละคะ เชื่อเป็นตุเป็นตะว่าน่าจะมีสถานที่จริง)

เพิ่งกลับไปอ่านใหม่ ไม่ง่วงเหมือนตอนแรกแล้วละค่ะ แถมสนุกกว่าเดิม
คงเป็นเพราะอ่านละเอียดกว่าเดิม อ่านไปคิดไป

สมัญญาแห่งดอกกุหลาบ (ต่อ)

ในส่วนของวิทยาการ ออกจะปลื้มแทนชาวเอเชียเราค่ะ ที่ช่างคิดค้น
จะว่าไปแล้วโกรธอเมริกาที่ทิ้งระเบิดอิรักด้วย
ก็อิรักนี่แหล่งอารยธรรมยุคเมโสโปเตเมียเชียวนะคะ
(ขอติดไว้ก่อน...)

สำหรับคนที่ชอบสถาปัตยกรรมและศิลปะน่าจะชอบหนังสือเล่มนี้
เพราะแอดโซ ช่างบรรยายได้ละเอียดหรือเกิน
สำหรับคนที่ไม่ชอบคงเบื่อ หรือหลับไปเลย
ขนาดวิลเลียมเองยังปามแอดโซอยู่บ่อยๆว่าเลิกมอง และชื่นชมได้แล้ว
การบรรยายที่ดีทำให้คนอ่านรู้สึกว่าตัวเองก็กำลังมอง หรือเห็นอย่างที่แอดโซเห็น

ส่วนการออกแบบภายในอารามก็ลงตัว (แอดโซ ชมเอง ซึ่งก็เห็นด้วย)
" ข้าพเจ้าสังเกตเห็นว่าประตูโบสถ์ใหญ่เปิดออกสู่ทิศใต้พอดี
ดังนั้นตำแหน่งโรงร้องเพลงสวดและแท่นบูชาจึงหันสู่ทิศตะวันออก
อรุณรวียามฟ้าสางย่อมทอแสงสาดส่องเข้าไปปลุกนักบวชในหอนอน
และคอกสัตว์โดยไม่มีสิ่งใดบดบัง"

หรือเมื่อแอดโซพรรณนาความงามของประตูโบสถ์
"เสาใหญ่ลำตรงสองต้นและไม่มีลวดลายประดับกระหนาบสองฟากทางเข้า
เมื่อมองดูแวบแรก เห็นคล้ายเป็นซุ้มประตูโค้งบานใหญ่บานเดี่ยว
แต่ถัดจากเสาคู่นั้น มีช่องรูปลิ่มสองช่องซ้อนกัน และซ้อนทับต่อไปด้วยซุ้มโค้งเรียงเป็นตับ
ดึงดูดสายตาเหมือนมองเข้าไปในใจกลางห้วงเหว
ตรงเข้าสู่ปากประตูซึ่งเทิดยอดด้วยหน้าบันอันโอฬาริก
มีคานบัวรองรับทั้งสองข้างและตรงกลางค้ำไว้ด้วยเสาสลัก
แบ่งประตูทางเข้าออกเป็น 2 ช่อง กั้นด้วยไม้โอ๊กเสริมขอบโลหะ
ในโมงยามนั้น ตะวันอ่อนแสงสาดฉายลงบนหลังคาเกือบเป็นแนวฉาก
และรัศมีตกกระทบผนังโบสถ์ด้านหน้าเฉียงๆ........"

ส่วนในเรื่องของตรรกะ แค่เดินถึงประตูเข้าอาราม
วิลเลียมก็สามารถเดาออกว่าเหล่านักบวชกำลังหาม้า
แถมรู้ด้วยว่าม้าไปทางไหน และม้าชื่ออะไร........จะไม่ให้ทึ่งได้ยังไง




โดยคุณ : กุ้ง - [ 3 มิ.ย. 2546 , 15:47:11 น.]

ความเห็นที่ 9

สวัสดีค่ะพี่สิ

คุณอ้วน เล่าเรื่อง อมตะ มั่งซิคะ
กุ้งกำลังอ่านอยู่ สนุก แปลก แหวกแนวดี
ที่ชอบสุดเห็นจะเป็นท่าโบกมือของแอ็กเนส
เชื่อไหมคะ กุ้งลองทำดู แล้วก็ตลกดี

อ้อย...ต้นไม้ พี่คิดว่าคงต้องรอให้รากต้นที่เหลืออยู่มันเยอะๆแล้วค่อยขุด
ไอ้ต้นนี่นะมันงอกมาปีสองปีแล้วมั้ง


โดยคุณ : กุ้ง-อีกรอบ - [ 3 มิ.ย. 2546 , 16:05:33 น.]

ความเห็นที่ 10

อมตะ...เล่าไม่ถูกเลยคุณกุ้ง
รู้แต่ว่า คุนเดอร่านี่ สุดยอด สุด creative
พล็อตเรื่องก็ไม่ค่อยเท่าไหร่หรอกนะครับ แต่ระหว่างทางที่เขาวิพากษ์โน่นนี่...อ่านแล้วทึ่ง
อยากถามว่า "คิดได้ไง ? เพ่"
เล่มนี้ผมขีดเส้นใต้ที่คมๆไว้เพียบ !
แถมคั่นไว้ด้วยเศษกระดาษอีกเป็นปึก...เหมือนตอนที่อ่าน "ความเบาหวิวฯ"
ประมาณว่า สักวันจะกลับมาอ่านอีก

คือ พอได้มาอ่านเรื่องยากๆแล้วบางขณะก็รู้สึกว่า mature ขึ้นมาไม่น้อย
(สหายบางท่านยิ้มเยาะ....มา mature เอาตอนจะสี่สิบเนี่ยนะ ?)
จริงจริง


โดยคุณ : fat forever young - [ 3 มิ.ย. 2546 , 21:13:04 น.]

ความเห็นที่ 11

mature เป็นไปได้ตามสภาพอายุนะเพื่อน
แม้จะมีบ้างที่อาจเข้าข่ายแก่กะโหลกกะลา
อย่าต่อว่าตัวเอง ฮี่ฮี่ฮี่ :)


โดยคุณ : โก๋ ปากซอย - [ 4 มิ.ย. 2546 , 02:43:43 น.]

ความเห็นที่ 12

เห็นด้วยกะคุณอ้วนค่ะ อ่านๆไปแล้วทึ่ง คิดได้ไง
เมื่อเช้าเพิ่งอ่าน บัญญัติสิบเอ็ดประการ "จงพูดความจริง"
แค่คำว่าจงนี่ก็ตีความหมายได้

(ขอเวลาไปจิ้มตอน ออฟไลน์ดีกว่า)


โดยคุณ : กุ้ง - [ 4 มิ.ย. 2546 , 14:08:01 น.]

ความเห็นที่ 13

เรื่องความเฉียบคมของ Kundera นี่เป็นเสน่ห์ที่ทำให้คนอ่านหนังสือของเขาต้องตามอ่านงานของเขาไปได้เรื่อยๆ
เป็นมุมที่มองได้แบบกว้างและลึก
ที่สำคัญ เก็บเอามาเขียน มาตั้งประเด็นแล้วร่ายยาวได้แบบที่ทำให้เราทึ่ง

แต่สองเล่มนี้ผมชอบ ความเบาหวิวฯ มากกว่าเล็กน้อยนะครับ
ชอบในความหนักแน่น และประเด็นที่เขาเปิดไว้
....ความเบาหวิวกับนํ้าหนัก ...
ซึ่งตัวเรื่องราวที่ดำเนินไปมันสอดคล้อง ผูกโยง ขัดแย้ง/สัมพันธ์ แล้วคลี่คลายออกมาได้อย่างน่าทึ่ง
คุณกุ้งอ่านยังครับ เล่มนี้ ?


โดยคุณ : fat - [ 4 มิ.ย. 2546 , 21:04:23 น.]

ความเห็นที่ 14

ขอนอกเรื่องอีกแล่ววว
(นอกจากจะเป็นมนุษย์มากเรื่อง ยังเป็นมนุษย์นอกเรื่องด้วย)
กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่..??
จู่ๆก็นึกถึงหนังสือเรื่อง "บ้านเล็กในป่าใหญ่"
พึ่งมาอ่านตอนโต (ตอนแก่)
อ่านรวดเดียวจบหมดเลยสิบสองเล่ม
ชอบ และชอบมากๆๆ
เวลาอ่านหนังสือเล่มไหนที่ตัวเองบอกว่าชอบ
ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือที่ทำให้ตัวเองนึกถึงภาพ และบรรยากาศออก
นึกออกในแบบของตัวเอง
ไปล่ะ..


โดยคุณ : พนอ - [ 4 มิ.ย. 2546 , 22:19:24 น.]

ความเห็นที่ 15

อ่านสำนวนแปลอันไหนเอ่ย
สุคลธรส
หรือ รัตนา รัตนดิลกชัย
อยากรู้น่ะ


โดยคุณ : :) - [ 4 มิ.ย. 2546 , 23:37:37 น.]

ความเห็นที่ 16

จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้จิ้มออฟไลน์ซะที
สงสัยเมื่อวานจะโดนฤทธิ์ยา เหนื่อยมาก
วันนี้ถ้าไม่เหนื่อยเกินไป(เวลาเข้าเมืองจะมีอาการหมดแรงทุกที) คงจะได้จิ้มบ้าง

กุ้งอ่านความเบาหวิวมานานแล้วละค่ะคุณอ้วน ยืมชินๆอ่าน
อ่านแล้วค่อยซื้อ....
ส่วนเรื่องชอบหรือไม่ชอบ กุ้งชอบเรื่องอมตะ มากกว่า ความเบาหวิวมันหดหู่
มันเหมือนกับติดกับของชีวิต ชีวิตของหมอโดนกับดักในชีวิต

จำได้ว่าบ้านเล็กในป่าใหญ่สำนวน สุคลธรส มี 7-8 เล่มไม่ใช่เหรอคะ
ของกุ้งหายหมดแล้ว ไม่รู้หายไปไหน พอๆกับเรื่องบึงหญ็าป่าใหญ่เลย
หายไปอย่างไร้ร่องรอย


โดยคุณ : กุ้ง - [ 5 มิ.ย. 2546 , 14:13:29 น.]

ความเห็นที่ 17

ของ รัตนา รัตนดิลกชัย ค่ะ
ที่ว่า..กำลังทำอะไรอยู่..
คือค้นเจอเมนูวันขอบคุณพระเจ้า กับคริสมาส (สะกดผิดแหง)
ก็เลยนึกถึงกรรมวิธี พิธีรีตอง ที่ครอบครัวของลอร่า (เอ๊ะ! ชื่อคนแต่งนี่นา) เตรียมอาหารกัน อ่านแล้วน้ำลายไหล ;P
"บึงหญ้าป่าใหญ่" มีฉบับพิมพ์ครั้งแรกเลยด้วย ซื้อที่ดีเคสยาม
หายไปแล้วเหมือนกัน คิดถึงมาก อยากได้คืนที่สุด
จำได้ว่าพออ่านถึงตอนจบ ร้องไห้ไม่แพ้เรื่องของเซเซ่เลย

"ความเบาหวิว.." ไม่เคยอ่าน แต่ชอบที่เป็นหนังมาก
มากจนไม่อ่านหนังสือก็ได้ ;))


โดยคุณ : พนอ - [ 5 มิ.ย. 2546 , 19:12:20 น.]

ความเห็นที่ 18

มีหนังด้วยเหรอ?
ยังไม่อ่านนะครับ
แต่พอกุ้งเล่า ...สงสัยต้องซื้อมาอ่านแล้วครับ

ช่วงนี้บ้า ..กำลังภายใน
ค้นมาอ่านซ้ำซาก ไม่รู้นึกอะไรขึ้นมา ...


โดยคุณ : คุณชาย - [ 5 มิ.ย. 2546 , 23:45:37 น.]

ความเห็นที่ 19

อ้อมมีเล่ม
เมืองเล็กในทุ่งกว้าง ที่สุคนธรสแปลอยู่ค่ะ
แต่ปีทองอันแสนสุข
ที่มีรู้สึกว่าจะเป็นของคุณรัตนา
พึ่งหยิบมาอ่านอีกรอบเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง

พักนี้บ้าวรรณกรรมเด็กกระชากวัยอยู่ค่ะ


โดยคุณ : อ้อม - [ 6 มิ.ย. 2546 , 08:58:38 น.]

ความเห็นที่ 20

ความเบาหวิวฯ มีเป็นหนังค่ะ นำแสดงโดย แดเนียล เดย์ ลูอิส กับจูเลียต บิโนช (คู่นี้ต่างเคยได้ออสการ์ในภายหลังจากหนังเรื่องอื่น) กำกับโดย ฟิลิป คอฟมัน แต่โทนของหนังกับหนังสือจะต่างกันมาก แม้ว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
หลายคนที่ชอบหนัง มาอ่านหนังสือมักจะงงไปเลย :)

(อาจเป็นเพราะเหตุนี้ ใน อมตะ คุนเดอราถึงบอกว่าจะเขียนนิยายที่ใครก็เอาไปทำหนังไม่ได้)

เรื่องบ้าอ่านกำลังภายในซ้ำซาก เป็นเหมือนกันค่ะ นี่ก็กำลังคิดจะขุด ศึกทะเลทราย หรือซาเสียวเอี้ย มาอ่านซ้ำอีก


โดยคุณ : ภัควดี - [ 6 มิ.ย. 2546 , 12:37:04 น.]

ความเห็นที่ 21

อ่านเถอะครับ พี่คุณชาย
ถ้าถามผม ของ Kundera แนะนำให้อ่าน "รักชวนหัว" ก่อน
ตามด้วย "อมตะ"
แล้วปิดท้ายด้วย "ความเบาหวิวเหลือทนของชีวิต"

แต่ลำดับนี้อาจจะสลับได้ ถ้ามองในแง่ scale ของเรื่อง
เพราะ อมตะ นี่จะอลังการ์งานวิพากษ์มาก คืออ่านแล้วมันส์มาก
และเป็นความมันส์ที่ต้องอ่านแบบไม่ต้องวาง...เพราะไม่งั้นจะต่อไม่ติด
เห็นด้วยครับว่า อมตะเอาไปทำหนังไม่ได้ เป็นสุนทรียภาพที่เกิดได้ด้วยการอ่านอย่างเดียวจริงๆ
ขนาด ความเบาหวิวฯ เขายังโปรโมทเป็นหนัง R เลย

ลืมถามคนแปลเหมือนกันว่า คิวต่อไปของ Kundera นี่เรื่องอะไร...?

ฮี่ฮี่ฮี่

มห. ที่บ้านมีฤทธิ์มีดสั้น....สนไหมคุณภัคฯ
อ่านแล้วรันทดดีเน้อ ฮ่าฮ่าฮ่า


โดยคุณ : fat - [ 6 มิ.ย. 2546 , 21:51:23 น.]

ความเห็นที่ 22

ข่าวดีคือตอนนี้มีคนอื่นกำลังแปลเรื่อง Book of Laughter and Forgetting อยู่ เล่มนี้น่าจะถือเป็นมาสเตอร์พีซอีกเล่มหนึ่งของคุนเดอราค่ะ

ส่วนคิวต่อไปของภัคคือ Ignorance ถ้าขอลิขสิทธิ์ได้นะคะ เล่มนี้ใหม่สุดของเขา คำวิจารณ์ออกมาก้ำกึ่ง หนังสือไม่หนามาก เล่มนี้จะแปลต่อจาก WTO

เชื่อหรือไม่ ฤทธิ์มีดสั้น เป็นเรื่องของโก้วเล้งที่ภัคไม่ค่อยชอบ แต่ก็อ่านสองรอบนะคะ คืออ่านรอบสองเพื่อดูว่าตัวเองยังรู้สึกเหมือนเดิมหรือเปล่า ภัคไม่ชอบลี้คิมฮวงน่ะ เป็นพระเอกที่รู้สึกอยาก "ตบกบาล" มาก แหะ แหะ ขออภัยแควน ๆ ลี้คิมฮวงด้วยเน้อ ไม่ได้อยากลบหลู่ท่านหรอก แต่ไม่ชอบความดีของพี่ท่านเลยจริงจริ๊ง ทั้งเรื่องชอบจิ้นบ้อเมี่ยคนเดียวค่ะ


โดยคุณ : ภัควดี - [ 7 มิ.ย. 2546 , 08:14:54 น.]

ความเห็นที่ 23

อ้าว...นึกว่าคุนเดอร่าน่าจะสนับสนุนคนแปลท่านเดิมๆนะครับ
หรือว่าคุณภัคฯมีคิวแปลเรื่องอื่นๆค้างยาว ?

ตอนอ่าน ฤทธิ์มีดสั้น เซ็งอาฮุยมาก...
เห็นด้วยว่าลี้คิมฮวงมีหลาย shot ที่น่าตบกะโหลก
แต่ชอบสำนวนและบรรยากาศในเรื่องนี้มากเลยครับ อ่านแล้วนึกภาพ...นี่เล่าสู่กัฟังแบบเท่าที่เหลือในความทรงจำ
เพราะอ่านมานานๆๆๆมากแล้ว...

คุณกุ้งอ่าน ประวัติย่อของกาลเวลา ยังครับ ?
ผมเพิ่งสอยมาวันนี้ (ทั้งที่ไม่อยากซื้อหนังสือของ มติชนฯเล้ย..ย...)
แต่เล่มนี้อยากได้มานานมาก.....ความจริงจะซื้อเล่มอังกฤษแล้วแต่เกรงว่าจะต้องจุดธูปทุกครั้งที่อ่าน....ฮ่าฮ่าฮ่า
เท่าที่อ่านบทแรก แปลได้ดีครับ ศัพท์ฟิสิกส์ โอเคเลย
แนะนำ ๆ

คุณภัคฯ ไว้เจอกันเน้อ...อ..


โดยคุณ : fat - [ 8 มิ.ย. 2546 , 22:02:39 น.]

ความเห็นที่ 24

จนแล้วจนรอดกุ้งก็อ่านอมตะ ไม่ถึงไหน

กำลังภายใน เอาออกมาอ่านได้บ่อยๆ ไม่เบื่อเลย ตอนอ่านก็ไม่อยากทำอยากอื่นอยากตะลุยอ่านไม่จบ

ชอบที่พี่ภัคบอกว่า อยากตบกบาลลี้คิมฮวง
ขวัญใจนิยายกำลังภายในของกุ้งเห็นจะเป็น เล็กเซียวหงส์ค่ะ

ประวัติย่อของกาลเวลา เล่มนี้อยากอ่านพร้อมกับ ลอร์ด ออฟ เดอะริง
ซื้อภาษาอังกฤษมาก็อ่านไม่ถึงไหน แถมมีเล่มแปล 2 สำนวน ก็ยังไม่ถึงไหน
เพิ่งรู้ว่ามติชนก็เอามาแปล ทำไมคุณอ้วนไม่อยากซื้อหนังสือของมติชนละคะ


โดยคุณ : กุ้ง - [ 9 มิ.ย. 2546 , 10:02:16 น.]

ความเห็นที่ 25

แหม พี่อ้วน ให้โอกาสคนอื่นเขาแปลบ้างสิ คนอ่านจะได้มีหลายสำนวนไว้เปรียบเทียบกัน แต่ก็ไม่รู้นะว่าเขาขอลิขสิทธิ์เสร็จสิ้นหรือยัง


คุณกุ้ง เรามาตั้งแฟนคลับเล็กเซี่ยวหงส์กันเถอะ ชอบพ่อสี่คิ้วเหมือนกันค่ะ เป็นพระเอกที่ทำตัว "โลว์ โพรไฟล์" ไม่เอิดมากนัก แกล้งโง่แต่ฉลาด ใจดี แต่เวลาเด็ดขาดก็ฆ่าทิ้งเลย ชอบจริง ๆ ค่ะ

คุณอ้วนรู้เรื่องเทศกาลหนังยุโรปที่จัดฉายที่หาดใหญ่หรือยัง

แก้วจ๋า เดี๋ยวค่อยตอบอีแมวนะ ช่วงนี้ออกจากบ้านบ่อย (กำลังเริงร่า) เลยยังไม่ได้ตอบอีแมวเสียที


โดยคุณ : ภัควดี - [ 9 มิ.ย. 2546 , 10:33:55 น.]

ความเห็นที่ 26

อมตะ ต้องอ่านแบบรวดเดียวจบครับ
หรืออย่างมากไม่เกินสองสามรวด..และห้ามวางนาน เพราะจะต่อไม่ติด
แต่ถ้าอ่านจบ ...ถ้าทำบุ๊คมาร์คไว้ จะกลับมาเปิดอ่านตอนไหน หน้าไหนก็ได้ที่เราติดใจอีกครั้ง ได้อย่างรื่นรมย์เลยทีเดียว
(คือ มันจะเป็นนิสัยในการอ่านของเรา...ว่ายังไงๆ ต้องรู้เรื่องราวทั้งเล่มไว้ก่อน)

เรื่อง สนพ.มติชนน วันก่อนไปบ่นไว้ท้ายซอยครับ
วันนี้เย็นลงบ้างแล้วครับ
แต่ยังเจตนาเหมือนเดิม เว้นไว้ก็แต่หนังสือดีดี
อย่าง ประวัติย่อของกาลเวลา ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง


โดยคุณ : fat - [ 9 มิ.ย. 2546 , 19:51:17 น.]

ความเห็นที่ 27

คุณอ้วน..
รักชวนหัว ซื้อมา เปิดอ่านได้ไม่มาก (ลูก)น้องมันขอไปดื้อๆ
มันบอก "นักเขียนคนนี้ผมชอบ" 555

ฤทธิ์มีดสั้น ...
ชอบเนื้อเรื่อง
และเห็นด้วย ลี้คิมฮวง ...ดู"เกินไป" แทบทุกอย่างที่"มนุษย์"ปกติทำไม่ได้

ชอบอาฮุย เพราะงมงายรัก ฮ่าๆๆ

แต่ถ้าตั้งชมรมคนรักเล็กเซียวหงส์
ขอเป็นสมาชิกแฟนคลับด้วยคน..
ชอบอีตา 4 คิ้ว
ตกลง..ลอก เชอร็ล๊อค โฮห์ม มาใช่ไหม?



โดยคุณ : คุณชาย - [ 9 มิ.ย. 2546 , 23:14:18 น.]

ความเห็นที่ 28

เพิ่งไปหยิบประวัติย่อของการเวลามาอ่านอีกครั้งค่ะ อ่านตอนกินผลไม้ กินข้าว
ฉบับที่หยิบมาซีเอ็ดเค้าพิมพ์ออกมานานแล้วค่ะ เป็นเล่มขนาดสารานุกรม มีรูปภาพประกอบเยอะดี
อ่านออกเสียงด้วยค่ะ อ่านไปก็ถามคนข้างๆไป พอมันเป็นเล่มขนาดนั้นเลยนอนอ่านลำบาก
ส่วนฉบับพ็อกเก็ตบุ๊คไม่รู้หายไปไหน หาไม่เจอทั้ง 2 ภาษา ยังคิดๆอยู่เลยว่ารอบนี้จะจบไหมนะ
ถ้ามันอยู่แถวๆโต๊ะกินข้าว อาจจะอ่านจบ

เอ..กุ้งจะหาทางไปท้ายซอยเจอไหมนะ...

ส่วนอมตะ ยิ่งอ่านยิ่งต้องเอาวิธีที่พี่อ้วนใช้มาใช้ พี่ชายน่าจะหามาอ่านโดยเร็ว เริ่มจากเล่มนี้ดีสุด
แถมมีวิพากย์เจ็บๆคันๆเกี่ยวกับการเสนอข่าวด้วย

เอาด้วยชมรมรักเล็กเซียวหงส์ อ่านกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ ส่วนลอกใครมาหรือไม่นั้นไม่สนใจ
ถึงจะลอกมาก็ลอกได้เนียน ตอนที่อ่านครั้งแรกจำได้ว่าสนุกกว่า 007 ซะอีก แถมไม่ต้องเสียเงินเช่าอ่าน
ปิดเทอมนั้นไปห้องสมุดทุกวัน ไปอ่านเล็กเซียวหงส์


โดยคุณ : กุ้ง - [ 12 มิ.ย. 2546 , 14:59:00 น.]

ความเห็นที่ 29

รอได้เรื่อยๆ ไม่รีบร้อนจ้ะ พี่ภัค
แก้วก็ยุ่งหัวโตหลายเรื่องมาก แถมไม่ค่อยสบาย
สงสัยเราจะได้เจอกันเร็วกกว่าที่คิดนะพี่ + เฮียอ้วน
กำลังวางแผนกลับบ้านรอบใหม่ค่ะ

แก้วอ่านอมตะเกือบจบแล้วค่ะ (เย) มันส์ในผลึกความคิด
อ่านสลับกับหนังสือของดอกไม้สด เข้ากันดีไหม : P
เอ...ใครแปลเล่มใหม่ของคุนเดอราสลับกับพี่เราหนา
ช่วงที่หนังสือภาษาอื่น อ่านไม่รอดเลย อัลไซเหม่อมั่กๆ



โดยคุณ : ก.ก.ห. - [ 12 มิ.ย. 2546 , 15:35:15 น.]

ความเห็นที่ 30

เล็กเซียวหงส์ จำไม่ได้ว่าอ่านแล้วยัง (อัลไซเมอร์ถามหา...จริงๆ)
แต่กับ ฤทธิ์มีดสั้นนี้ อ่านจบแน่...จำได้
เข้าร้านวิดีโอช่วงนี้มีหนังกำลังภายใน ชอว์บราเดอร์สมัยเรายังวัยรุ่น ยุค ตี้หลุง-เอ๋อตงเซิน-ฟู่เซิง ออกมาเพียบเลยครับ
เริ่มที่ ศึกวังนํ้าทิพย์ - ศึกเสือหยกขาว - ศึกวังค้างคาว
ที่จำได้ชัดเจน คือ สามเรื่องนี้เดินเรื่องเร็วมาก แล้วก็สนุกชิบเป๋ง
แควนๆหนังกำลังภายในรุ่นเราน่าจะ remind กันหน่อยนะ
อีกเรื่องที่ยังไม่ออก คือ มังกรหยก ฉบับ ฟู่เซิงเป็นก๊วยเจ๋ง เถียนหนิว เป็น ย้งยี้ ...ที่ว่ากันว่า คือ ก๊วยเจ๋ง กับ ย้งยี้ ที่ใช่มากที่สุด

คุนเดอร่า นี่สุดยอดแล้ว เรื่องวิพากษ์ และวิธีการนำบทวิพากษ์มาเขียนเป็นนิยาย
อ่านๆไปนึกสงสัยเล่นๆว่า
คุนเดอร่า นึกถึงโครงเรื่องก่อน หรือสิ่งที่อยากจะวิพากษ์ก่อน
และกับบางเรื่อง ก็นึกต่อไปว่า "คิดได้ไง(ครับเพ่)"

คุณกุ้งครับ....
ประวัติย่อของกาลเวลา ...บังเอิญผมเพิ่งอ่าน วิหารที่ว่างเปล่า ของ อ.เสกสรรค์ จนจบอย่างจริงจังอีกรอบนึง ต่อด้วย ตัวตนและจิตวิญญาณ
ซึ่งบังเอิญอีกที ว่าสองเล่มนี้ก็วิพากษ์เรื่องกำเนิดจักรวาล เพื่อนำไปสู่แนวคิดที่ว่า ตัวเราล้วนคือธุลีของเอกภพ
ก็เลยยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่....


โดยคุณ : fat - [ 12 มิ.ย. 2546 , 21:10:02 น.]

ความเห็นที่ 31

คุณอ้วน..
ตอนนี้ กำลังตามล่า VCD ชุดตี้หลงเป็นชอลิ่วเฮียงอยู่ครับ

ศึกเสือหยกขาว กับ ศึกวังน้ำทิพย์..เท่มาก


โดยคุณ : คุณชาย - [ 12 มิ.ย. 2546 , 21:52:58 น.]

ความเห็นที่ 32

จริงๆเราก็เป็นธุลีของเอกภพมาตั้งแต่เกิด อยากจะรู้จริงว่าเขาวิพากษ์ว่ายังไง ใหม่ไหม....

เพิ่งหาทางไปท้ายซอยเจอ ถ้ามติชนเป็นแบบนั้นก็น่าเศร้านะคะ ซื้อมากันไว้ก่อน แล้วค่อยมาคิดกันอีกทีว่าจะทำยังไง ทำให้คิดถึงสำนวนไทย แต่คิดไม่ออกว่าเรียกว่าอะไร...


โดยคุณ : กุ้ง - [ 13 มิ.ย. 2546 , 17:20:41 น.]

ความเห็นที่ 33

สายโทรศัพท์เดี้ยงไปเสียหลายวัน เพิ่งหายดีวันนี้เอง

ว่ากันว่าโก้วเล้งได้อิทธิพลจากเชอร์ล็อค โฮล์มส์ แต่ภัคว่าแนวเล็กเซี่ยวหงส์คล้ายฟิลิป มาร์โลว์มากกว่า เพียงแต่รื่นเริงกว่านิยายนักสืบของเรย์มอนด์ แชนด์เลอร์ และมีประเด็นมิตรภาพเข้ามาแทรกมากกว่านิยายนักสืบของฝรั่งทั่วไป

เรื่องที่เห็นชัดถึงอิทธิพลของเชอร์ล็อค โฮล์มส์ น่าจะเป็นผีเสื้อสยองขวัญ ตัวเอกมีบุคลิกเหมือนโฮล์มส์เปี๊ยบ เพียงแต่หล่อกว่าเท่านั้นเอง

ชอบเล็กเซี่ยวหงส์ตรงที่เขาเป็นเสือซ่อนเล็บ ดาบซ่อนคม มักรู้สึกว่า เขาไม่เคยแสดงฝีมือออกมาจนสุดล้าจริง ๆ แต่เก็บงำเอาไว้ ใช้เท่าที่จำเป็น และไม่เคยวางท่าเป็นวีรบุรุษ

อืมม รู้ไหม ภัคเริ่มอ่านกำลังภายในก็เพราะชอบฟู่เซิงง่ะ อ่านกำลังภายในเรื่องแรกคือเซียวฮื้อยี้ จำได้ว่าอ่านแบบไม่กินไม่นอนเลย แล้วก็บ้าอ่านจากนั้นเป็นต้นมา


โดยคุณ : ภัควดี - [ 14 มิ.ย. 2546 , 15:19:29 น.]

ความเห็นที่ 34

ลูกปลาน้อยนี่เคยดูทีวีค่ะ ติดมาก แต่ก็ดึกซะเหลือเกิน
พอมาทำทีวีอีกครั้ง เลยไปหาซื้อมาอ่าน
อ่านตอนไปเที่ยว ไม่เป็นอันเที่ยวเลย ว่างปุ๊ปหยิบมาอ่านปั๊บ
ตอนนี้เองก็อยากจะหยิบอีกหลายเล่มมาอ่านอีกครั้ง
แต่อย่าเลย เดี๋ยวไม่เป็นอันทำอะไรพอดี

เล่าเรื่องมติชนให้คนข้างๆฟัง เค้าบอกว่า ธุรกิจ มันก็ต้องแบบนี้แหละ ต้องเร็ว ต้องกล้าลงทุน กล้าเสี่ยง


โดยคุณ : กุ้ง - [ 16 มิ.ย. 2546 , 10:19:05 น.]

ความเห็นที่ 35

ชอบ ฟู่เซิงมากๆ แต่ไปซื้อหนังเรื่อง จอมยุทธกระบองกล ทำไม ฟู่เซิง เล่นเป็นตัวประกอบ แสดงนิดเดียวเอง
เสียใจจริง


โดยคุณ : น้ำ - [ 26 มี.ค. 2547 , 12:32:19 น.]

ความเห็นที่ 36

ชอบมากเลย


โดยคุณ : ดาว - ICQ : - - [ 19 พ.ย. 2547 , 20:22:14 น.]

ความเห็นที่ 37

ถ้าอยากตบกบาล ลี้คิมฮวง ช่วยบอกหน่อยซีตรงไหน

ผมว่าคุณก็ไม่ใช่คนสัตย์ซื่อซักเท่าไหร่
เห็นแก่ตัว มากกว่าเห็นแก่ส่วนรวม ไม่มีน้ำมิตร


โดยคุณ : black dragon - [ 29 ธ.ค. 2547 , 00:31:12 น.]

ความเห็นที่ 38

อยากได้หนังสือชุดบ้านเล็กในป่าใหญ่มาก แต่หาซื้อไม่ได้ ถ้าใครมีหรือทราบแหล่งขายกรุณาแจ้งที่เบอร์ 069462277 นะคะ ขอบคุณมากค่ะ


โดยคุณ : ปิ๊ก - [ 13 มิ.ย. 2548 , 00:00:33 น.]

ความเห็นที่ 39

ดีแล้วค่ะที่เก่นได้อย่างนี้ค่ะหนูอยากเก่นเหมือนเค้าที่บันทึกการอ่านได้ก็ดี 5555555555555555555555555555555555555555555555555


โดยคุณ : min - [ 1 ส.ค. 2548 , 11:38:51 น.]

ความเห็นที่ 40

สวัสดีครับผมชื่อเด็กชายสกุลพงษ์ ศรีลาแสง
ก้เขียน ดอเค อะนะแต่ซึ้งเกินไปอย่าเวอร์


โดยคุณ : อาร์ม - [ 23 ก.ย. 2548 , 15:42:44 น.]

ความเห็นที่ 41

ชอบหนังสือเล่นนี้ค่ะ


โดยคุณ : ใบเฟิร์น - [ 22 ต.ค. 2548 , 14:52:55 น.]

ความเห็นที่ 42

ในวโรกาสมหามงคล ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยุ่หัวทรงครองสิริราชครบ 60ปีทั้งภาครัฐบาลและเอกชนต่างร่วมใจจัดกิจกรรมต่าง


โดยคุณ : ชอัญญา โกศัลวัฒน์ ( เอิน) ม.1/12 - [ 7 มิ.ย. 2006 , 11:50:25 น.]

ความเห็นที่ 43

ยังไม่เคยอ่านเลยค่ะแต่ถ้ามีออกขายก็จะชื้อแน่นอน จากการที่อ่านเพื่อนคนอื่นแสดงความคิดเห็นก็เกิดความภาคภูมิแทนคนเขียนแล้วขอให้หนังสือขายดีคะ


โดยคุณ : สุภาวดี - [ 16 มิ.ย. 2006 , 15:48:33 น.]

ความเห็นที่ 44

รักการอ่าน


โดยคุณ : NATDANAI - [ 27 มิ.ย. 2006 , 11:38:29 น.]

ความเห็นที่ 45

ผมยังไม่ได้อ่านเลย เรื่องเป็นไงเหรอ งง


โดยคุณ : ตำรวจ - [ 5 ก.ค. 2006 , 15:44:04 น.]

ความเห็นที่ 46

โทษทีคุณครูให้ทำรานงานอยากขอ ''Copy''คงใด้นะจะคุณก้งสุดสวย


โดยคุณ : คนที่สวยกวาคุณกุ้ง - [ 26 ก.ค. 2006 , 14:42:10 น.]

ความเห็นที่ 47

ก็โอดีนะอืมว่าจะยืมไปทำรายงานซะหน่อยม้ายว่ากันนะ


โดยคุณ : ปูกี้ _ - [ 1 ส.ค. 2006 , 08:57:09 น.]

ความเห็นที่ 48

สะอะดะกะพะหะฟะระนะยะบะละงะวะฝะมะทะอะปะผะคะตะจะขะชะฃะเหมือนกัน


โดยคุณ : สุรวิท ( เจ) - [ 11 ส.ค. 2006 , 13:20:06 น.]

ความเห็นที่ 49

รระพะถภนะระสะยะพะทะปะกะหะฟะผะพะระวะงะเหมือนกัน


โดยคุณ : b_boll - ICQ : 125446 - [ 14 ส.ค. 2006 , 10:35:19 น.]

ความเห็นที่ 50

อ่านหนังสือเป็นเรื่องที่ดี


โดยคุณ : บิก - ICQ : - - [ 8 ก.ย. 2006 , 14:13:45 น.]

ความเห็นที่ 51

5555555555555555555555555555555555555555


โดยคุณ : noom - ICQ : 053665732 - [ 10 ก.ย. 2006 , 11:13:02 น.]

ความเห็นที่ 52

งง545555555555555555555555+


โดยคุณ : FBA - ICQ : 0846154645 - [ 14 ก.ย. 2006 , 20:00:06 น.]

ความเห็นที่ 53

เชอะ นิยายน้ำเน่า ทำเป็นนางเอก


โดยคุณ : ใครก็ได้ที่เกลียดเจ้า - [ 24 ก.ย. 2006 , 15:45:24 น.]

ความเห็นที่ 54

สรปได้เพียงประโยคเดียวจากตัวอักษรเจ็ดร้อยกว่าหน้าว่าเป็นเรื่องของเชอร์ล็อกโฮล์มแห่งยุคกลาง โป๊ไปป่าว? แต่มันสนุกมากนะ ถ้าอ่านรอบแรกแบบเอาเรื่องผ่านๆสำนวนภาษาและตัวละครนี่จะใช้เวลานานมาก เพราะตัวละครมันเยอะ แถมกิ่งแขนงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์จะบดบังวิสัยทรรศน์ทางการอ่านเอาเรื่องไปมาก แต่พออ่านรอบสองแบบเอาความเอาสำนวนอันสุดจะเพริดพรรณรายหลังจากรอดตายจากรอบแรกมาแล้วทีนี้จะอ่านได้อย่างว่องไว สำหรับตอนจบนั้นท่านผู้รักหนังสือจะเข้าใจได้ดีว่าทำไมเชอร์ล็อกโฮล์มถึงร้องไห้ ผมเองยังอุทานในใจ แ-ม่-ง เสียดายว่ะ แถมให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์และศาสนาสำหรับผู้เสื่อมศีลธรรมอย่างผมดีมาก แต่อย่าถามนะว่าอะไรเป็นอะไร ใครเป็นใครน่ะ จำไม่ได้หรอก ผมว่าทีเด็ดของเรื่องคือตอนพระจะวางมวยกัน ขอบอกว่าฮาสุดยอดมาก ใครที่ยังวางไว้ด้วยความหลอนต่อความหนาของเล่มน่ะรีบอ่านเถอะ ไม่ต้องใช้บันใดอ่านจริงๆครับ


โดยคุณ : วินเรี่ยม อุบไว้นาน - [ 8 ต.ค. 2006 , 12:01:11 น.]

ความเห็นที่ 55

• การทำความดี มีได้ทุกโอกาส ความประมาททำให้พลาดจากความดี • ความดี ให้ความอิ่มใจในเบื้องหลังให้ความสมหวังในเบื้องหน้า • ความชั่ว ให้ความขุ่นใจในเบื้องหลังให้ความผิดหวังในเบื้องหน้า • ถ้าเมตตาเกินประมาณ จะพบคนพาลทั่วเมือง • ไม่ยินดีในสิ่งที่ตนได้ ไม่พอใจในสิ่งที่ตนมี เป็นคนอาภัพอับโชคที่สุด • ถ้ากล้าจนเกินงาม จะพบรักความเดือดร้อน • มัวเมาในสิ่งที่ตนเองได้ หลงไหลในสิ่งที่ตนมี คือการสร้างเรือนจำขังตัวเอง • ถ้าทำมักง่าย จะวุ่นวายภายหลัง • ถ้าทำใจร้อน จะร้อนใจภายหลัง • เห็นโทษในสิ่งที่ตนได้ เห็นภัยในสิ่งที่ตนมี คือความเป็นอิสระในโลก • ถ้าเห็นแก่ได้ จะเสียใจภายหลัง • ถ้าเห็นแก่กิน จะถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม • ถ้าพูดพล่อย ๆ จะเสื่อมถอยความนับถือ • ถ้าสบายเมื่อหนุ่ม จะกลุ้มใจเมื่อแก่ • ถ้าทำตามใจชอบ จะได้รับสิ่งที่ไม่ชอบใจ • ถ้าทำบาปแลกบุญ จะขาดทุนเรื่อยไป • ถ้าเห็นแก่ธรรม สุขเลิศล้ำตลอดกาล • คนที่ไม่รักษาเวลา คือคนฆ่าตัวเอง • อดีตคือความฝัน ปัจจุบันคือภาพมายา อนาคตคือความไม่แน่นอน • ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ตัวของเราเอง • โกรธคนอื่น เหมือนจุดไฟเผาตัวเอง • เมตตาคนอื่น เหมือนสร้างบ้านให้ตัวเอง • อย่าระแวงคนอื่น ยิ่งกว่าระวังตัวเอง • ชีวิตไม่พอกับตัณหา เวลาไม่พอกับความต้องการ • ที่พักครั้งสุดท้ายของชีวิต คือป่าช้า • ถ้าทำตัวแข่งกับสังคม ความล่มจมจะตามมา • ถ้าทำงานเห็นแก่หน้า จะพบกับปัญหาเรื่อยไป • ถ้าทำตัวเห็นแก่ได้ อย่าหวังน้ำใจจากเพื่อนฝูง • ถ้ากลัวเกินไป จะทำอะไรไม่สำเร็จ • ยินดีในสิ่งที่ตนได้ พอใจในสิ่งที่ตนมีเป็นคนโชคดีที่สุด • ถ้าขาดความพอดี จะเป็นหนี้ตลอดกาล • ถ้าหวังแต่ความสนุก จะพบความทุกข์มหันต์ • ถ้าขาดความยั้งคิด ชีวิตจะหมดความหมาย • ถ้าทำใจให้สงบ จะพบรักความสุขเยือกเย็น • ถ้ามีความพอดี จะเป็นเศรษฐีในเรือนยาจก • ถ้ามีแต่ความงก จะเป็นยาจกในเรือนเศรษฐี • ถ้ามีเมตตาจิต จะมีญาติมิตรทั่วบ้าน • จงพอใจในชีวิตของตัวเอง โดยมิต้องไปเปรียบเทียบชีวิตของผู้อื่น • ถ้าคิดถึงแต่ความหลัง จะพบรังแห่งความเศร้า • ถ้ามีแต่ความมัวเมา จะพบความปวดร้าวภายหลัง • ถ้าทำดีเพื่อเด่น จะถูกเขม่นจากญาติมิตร • ถ้าทำความดีด้วยน้ำจิต จะมีชีวิตอยู่อย่างสบาย • ถ้าหวังพึ่งแต่คนอื่น จะต้องกลืนน้ำตาตัวเอง • อย่าทำตัวเป็นผู้รับฝ่ายเดียว จงทำตัวเป็นผู้ให้ด้วย • อย่าพยายามทำคนอื่นให้เหมือนใจเรา เพราะเราก็ทำให้เหมือนใจคนอื่นไม่ได้ • ถ้ารู้จักใช้เวลา ชีวิตจะมีค่ากว่านี้ • อย่าทำตัวให้เด่นกว่างาน จงพยายามทำงานให้เด่นกว่าตัว • อย่าทำบ้านให้แข็งแรงกว่าพื้นฐาน จงทำพื้นฐานให้แข็งแรงกว่าบ้าน • อย่าพยายามทำสิ่งที่ได้ให้เท่ากับใจ จงพยายามทำใจให้เท่ากับสิ่งที่ได้ • ถ้าไม่กินอยู่เท่าที่มี จะได้เป็นเศรษฐีเงินกู้ • ถ้ามั่วสุมกับอบายมุข จะพบความทุกข์ในเบื้องปลาย • ถ้าทำหูเบาเอาเขาว่า จะต้องน้ำตาตกใน • ถ้าพูดโดยไม่คิด เท่ากับพ่นลมพิษใส่คนอื่น • ถ้าจริงจังกับโลกเกินไป จะต้องตายเพราะความเศร้า • ถ้าต้องการความเป็นอิสระ ให้พยายามชนะตัวเอง • ถ้าไม่รู้จักความทุกข์ จะพบกับความสุขได้ที่ไหน • ถ้าไม่ยอมปล่อยวาง จะพบกับความว่างได้อย่างไร • ถ้าหาความสุขจากความมัวเมา เท่ากับจังเงาในกระจก • ถ้าอยากเป็นคนงาม อย่าวู่วามโกรธง่าย • ถ้าอยากเป็นคนสบาย อย่าเบื่อหน่ายความเพียร • ถ้าอยากเป็นคนมั่งมี อย่าเป็นคนดีแต่จ่าย • ถ้าอยากเป็นคนนำสมัย อย่าทำลายวัฒนธรรม • ถ้าอยากเป็นคนมีเกียรติ อย่าเหยียดหยามคนอื่น • ถ้าอยากมีความรู้ อย่าลบหลู่อาจารย์ • ถ้าอยากหาความสำราญ อย่าล้างผลาญสมบัติ • ถ้าอยากเป็นคนมีอำนาจ อย่าขาดความยุติธรรม • ถ้าอยากเป็นคนดัง อย่าหวังความสงบ • เป็นอยู่เท่าที่มี ดีกว่าเป็นเศรษฐีเงินผ่อน • ทำการงานอยู่กับบ้าน ดีกว่าสุขสำราญในบ่อน • แสวงลาภจากการงาน ดีกว่าบนบานบวงสรวง • ไม้เท้าของคนเฒ่า ดีกว่าลูกเต้าอกตัญญู • รักกันฉันท์พี่น้อง ดีกว่าเงินทองเป็นไหน ๆ • ปิดปากไว้ไม่พูดจา ดีกว่านินทาเพื่อนบ้าน • ยอมลำบากเมื่อหนุ่ม ดีกว่าจะกลุ้มเมื่อแก่ • อยู่คนเดียวอย่างสงบ ดีกว่าคบคนพาล • คอยตักเตือนตัวเอง ดีกวาเพ่งโทษคนอื่น • ทำความดีแล้วดัง ดีกว่าถูกชังเพราะทำชั่ว • ถ้ากินอยู่เกินฐานะ ชีวิตจะขรุขระเดือดร้อน • ยอมลำบากเมื่อตอนต้น ดีกว่ายากจนทีหลัง • เป็นอยู่อย่างหมดหวัง คือการขุดหลุมฝังตัวเอง • ชีวิตคือการต่อสู้ จงเป็นอยู่ด้วยความอดทน • ถ้าตกอยู่ใต้อำนาจยาเสพติด เท่ากับเผาชีวิตทั้งเป็น • ถ้ามัวเมาเอาแต่ดัง ชีวิตจะพังเพราะชื่อเสียง • ถ้าจะเป็นผู้ใหญ่ อย่าเชื่อง่ายหูเบา • อำนาจวาสนา คือที่มาของความกังวล • โลกจะลุกเป็นไฟ เพราะใจขาดธรรมะ • ชีวิตจริง ไม่เหมือนฝัน • ถ้าชนะด้วยอาวุธ จะสิ้นสุดด้วยความแค้น ใช้ธรรมะชนะแทน ความขุ่นแค้นจะหายไป • ถ้าเสรีไม่มีเขต จะเป็นเหตุให้วุ่นวาย ถ้าเสรีตามกฎหมาย ความวุ่นวายสงบลง • ถ้าผู้ใหญ่ตามใจว่า จะชักพาให้เดือดร้อน ถ้าผู้น้อยฝืนคำสอน จะเดือดร้อนไปทั่วเมือง • ถ้าทำงานมุ่งเพื่อตัว จะหมองมัวชั่วชีวิต ถ้าทำงานเพื่ออุทิศ สิ้นชีวิตชื่อยังอยู่ • เป็นพระไม่สังวร จะถ่ายถอนความศรัทธา เป็นชาวบ้านไม่เสาะหา จะนำพาให้ล่มจม • ประชาธิปไตยตามใจว่า คือที่มาแห่งความวุ่นวาย • สังคมจะเป็นธรรม เพราะไม่เหยียบย่ำคนอื่น • คนไม่เคารพกฎหมาย เหมือนวัวควายไม่มีคอก • ดูบ้านเมืองดูที่ความสะอาด ดูประชาชาติดูที่ความสามัคคี • ดูคนดี ดูที่งาน ดูลูกหลาน ดูที่ความเคารพ • ดูหญิง ดูที่ความอาย ดูชาย ดูที่ความกล้าหาญ • ดูพระดูที่กิจวัตร ดูคฤหัสถ์ ดูที่ความขยัน • เพ่งโทษตนเป็นบัณฑิต เพ่งความผิดคนอื่นเป็นพาล • เสียเงินทองไม่เป็นปัญหา เท่ากับเสียเวลาและเสียใจ • ถ้าใช้กฎหมู่ จะอยู่อย่างรำคาญ ใช้อำนาจทางศาล จะสำราญทั่วเมือง • เห็นผู้ใหญ่ว่าโง่ เห็นนักเลงโตว่าฉลาด เห็นพ่อแม่ไม่สามารถ คืออุบาทว์บ้านเมือง • เห็นคุกเป็นบ้าน สุราบานเป็นเพื่อน บ้านเรือนเป็นศาลา คือที่มาของความวิบัติ • ส่งเสริมการพนัน แข่งขันความมั่งมี ไม่เชื่อคนแต่เชื่อผี จะมั่งมีได้อย่างไร • ความสุขโลกีย์ มีได้ชั่วคราว ความสุขยืนยาว ต้องเข้าหาธรรม • ปฏิรูปจะได้ผล ประชาชนต้องร่วมใจ • ถ้าจะทำงานเพื่อชาติ อย่าแสวงหาอำนาจเพื่อตัว • ถ้าจะทำงานเพื่อศาสนา อย่าแสวงหาอามิส • อยากให้ไทยคงเป็นไทย อย่าทำลายวัฒนธรรม • ความวิบัติของชาติ คือผู้มีอำนาจแตกสามัคคี • สังคมมากกว่าส่วนตัว ชีวิตครอบครัวจะเดือดร้อน • เป็นทุกข์เพราะความจน ดีกว่าทนทุกข์เพราะเป็นหนี้ • ประดับกายด้วยความดี มีราศีกว่าประดับเพชร • ฆ่าสัตว์ได้โทษ ฆ่าความโกรธได้บุญ • อยากจะหนีความทุกข์ อย่าหวังความสุขทางกาย • ปฏิวัติดัดนิสัย เป็นการแก้ไขที่ถูกต้อง • ถ้ารักประเทศชาติ อย่าถือโอกาสร่ำรวย • ถ้าอยากเป็นคนก้าวหน้า อย่ามัวอิจฉาคนอื่น • อยากเป็นชายจริงหญิงแท้ อย่าเปลี่ยนแปรประเพณี • คุณค่าของสัตว์อยู่ที่กาย คุณค่าหญิงที่ชายอยู่ที่ความประพฤติ • ภัยใหญ่ของชีวิต คือความคิดลุ่มหลง • ถูกบัณฑิตนินทา ดีกว่าถูกพาลายกย่อง • ถ้าไม่อยากให้ผิดหวัง ให้ระวังอย่าโลภ • ถ้าไม่อยากให้จิตวุ่นวาย ให้นึกถึงตายไว้บ้าง • ถ้าไม่อยากจะเศร้าโศก ให้มองโลกเป็นอนิจจัง • เป็นอยู่อย่างเกียจคร้าน จะล้างผลาญสมบัติ เป็นอยู่อย่างประหยัด จะได้สมบัติจากตัวเอง • เจริญทางวัตถุ จะคุกรุ่นเป็นไฟ เจริญทางจิตใจ จะแจ่มใสสงบ • มีธรรมเป็นอำนาจ จะปราศจากเวรภัย มีอธรรมเป็นใหญ่ เวรภัยจะตามมา • ความสุขแบบชาวโลก มีทุกข์โศกเป็นผล ความสุขอริยชน มีผลเป็นความสงบ • เลิกเห็นแก่ตัวได้เมื่อไร จะสุขใจเมื่อนั้น • ไม่ทำการงาน คบอันธพาล มั่วสุขสำราญ ไม่นานหมดตัว • มัวเมาอามิส หลงยาเสพติด ทำการทุจริต ยาพิษสังคม • อวดดื้อถือตน ไม่ฟังเหตุผล ยุแยงแฝงกล คือคนทำลาย • แก้ด้วยการเพิ่ม จะเสริมปัญหา แก้ด้วยปัญญา ปัญหาจะลด • โลกนี้สับสน เพราะคนมุ่งรบ โลกนี้สงบ เพราะเคารพธรรม • ขยันหมั่นไว้จะได้ดี แต่อย่ามีความโลภ • หวังได้ทรัพย์จากการพนัน คือความเพ้อฝันของคนสิ้นคิด • ความหลงไหลอบายมุข คือความทุกข์ของครอบครัว • ปัญหาเศรษฐกิจและจิตใจ ต้องแก้ไขพร้อมกัน • ทางพัฒนาที่ถูกทาง คือการเสริมสร้างคนดี • ดูคนดี ดูที่การกระทำ ดูผู้นำ ดูที่การเสียสละ • ศัตรูของประเทศชาติ คือประชาราษฎร์ขาดสามัคคี • ความคิดริษยา เหตุที่มาของการแตกแยก • ชีวิตที่ยุ่งยาก เพราะมีความอยากมากเกินไป • ทุกข์ยากที่อุปาทาน สุขสำราญที่ปล่อยวาง • หมั่นนึกถึงความตาย คืออุบายแห่งความไม่ประมาท • คนเกียจคร้านไม่ทำงาน เป็นคนพิการสากล • คนที่หวังพึ่งโชคชะตา เป็นคนปัญญาอ่อน • คนที่ท้อถอยเบื่อหน่าย เป็นคนตายก่อนหมดอายุ • คนที่มัวเมาเอาแต่เงิน จะห่างเหินจากญาติมิตร • กินเหล้าเพื่อเข้าสังคม เป็นค่านิยมที่ผิด • ภัยที่น่ากลัวคือความตาย ทางแห่งความฉิบหายคือ อบายมุข • ไม่หลงของเก่า ไม่เมาของใหม่ เป็นหัวใจการพัฒนา • คนเก่ง ๆ มีมาก คนที่หายากคือคนดี • ความวิตกกังวลใจ เป็นโรคร้ายของชีวิต • ความยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นอุบายสร้างสันติ • ตัวอย่างที่ไม่ดีในสังคม สร้างค่านิยมที่ให้โทษ • ความง่ายอยู่ที่ปาก ความยากอยู่ที่ทำ • ทำดีไม่มีประมาณ ก่อความรำคาญให้คนอื่น • สู้รบแบบพุทธะ คือการเอาชนะตัวเอง • ระวังหูของเรา ดีกว่าเฝ้าปิดปากคนอื่น • เหนื่อยกายหลับสนิท เหนื่อยจิตหลับไม่ลง • ไม่หยุดไม่ถึงพระ ไม่ละไม่ถึงธรรม • ลำบากเพราะการงาน ดีกว่าสำราญแล้วกลุ้ม • มั่งมีเพราะประหยัด อัตคัตเพราะฟุ่มเฟือย • คุณความดีมีมาก ส่วนที่หายากคือคนทำดี • ทำอะไรตามใจว่า สร้างปัญหาให้ตัวเอง • อามิสเป็นเพียงสิ่งอาศัย ความสุขใจอยู่ที่ความสงบ • ความสุขที่ได้จากตัณหา มีค่าเท่ากับความทุกข์ • สะดวกนักมักง่าย สบายนักมักลืมตัว • การรู้จักปล่อยวาง เป็นวิถีทางสงบสุข • เวลาไม่ได้ทำให้คนเสียคน คนต่างหากทำให้เสียเวลา • เหล้าไม่ได้ทำให้คนเมา คนต่างหากเมาเหล้า • สัตว์ไม่ได้โหดร้ายกว่าคน คนต่างหากโหดร้ายกว่าสัตว์ • ศีลธรรมไทยได้เสื่อม คนต่างหากเสื่อมจากศีลธรรม • ความสุขไม่ได้อยู่ที่ความสมปรารถนา การรู้จักทำใจ เมื่อไม่สมปรารถนาต่างหากเป็นความสุข • สังคมวุ่นวาย เพราะอบายมุข • ทำแล้วไม่พูด ดีกว่าพูดแล้วไม่ทำ • มีทรัพย์อับปัญญา จะพาให้เดือดร้อน • เป็นอยู่อย่างเรียบง่าย คืออุบายการประหยัด • แต่งแต่กายไร้ค่า ถ้าไม่แต่งใจ • คิดเอาแต่ได้ จะเสียใจภายหลัง • เป็นอยู่อย่างบัณฑิต จะมีชีวิตอย่างปลอดภัย • จงทำตามความถูกต้อง อย่าทำเพราะความถูกใจ • ทำอารมณ์ให้ผ่องใส เป็นอุบายแก้ทุกข์ • พัฒนาไปจะไร้ผล ถ้าทุกคนหวังแต่เงิน • อยู่นานไปจะไร้ชาติ ถ้าขาดความสามัคคี • คิดไปก็ไร้คุณ ถ้ามัววุ่นอยู่แต่คิด • ทำไปก็ไร้ค่า ถ้าไม่กล้าจะทำจริง • ยิ่งทำไปยิ่งได้บุญ ถ้าเกื้อกูลกันและกัน • ภาวนาให้ใจสงบ จะได้พบสันติภาพ • บอกบุญบ่อย ๆ จะถอยศรัทธา บอกถูกเวลา ศรัทธาเจริญ • ถ้าผูกใจเจ็บ จะเจ็บใจเรา ถ้าเมตตาเขา ใจเราสบาย • ความคิดริษยา พาใจให้วุ่น เมตตาการุณ อบอุ่นไมตรี • ความกังวลใจ เป็นภัยเป็นพิษ สำรวมความคิด ชีวิตเบิกบาน • โลกที่สับสน เพราะคนวุ่นวาย จะสุขสบาย เป็นเรื่องของคน • ถ้าปล่อยก็ว่าง ถ้าวางก็เบา ถ้าเอาก็หนัก • ถ้าจะพัฒนาเขา ให้พัฒนาตัวเราก่อน • ขยันไม่สันโดษ ทุกข์โทษจะตามมา • บ้างเมืองจะพินาศ เพราะคนในชาติกอบโกย • ระฆังดังเมื่อคนตี คนดีไม่ต้องตีก็ดัง • ลืมอะไรก็ลืมได้ แต่อย่าหลงใหลลืมตัว • ทำอะไรตามอารมณ์ ทุกข์ระทมจะตามมา • หลงทางเหนื่อยกาย หลงงมงายให้แต่โทษ • ความดีอยู่ที่การเสียสละ ชัยชนะอยู่ที่ขันติธรรม • ดูตัวเราคอยเฝ้าดูความคิด ดูญาติมิตรให้พินิจความดี • หลงอามิสมืดมิดมัวตา หลงปริญญาเพิ่มมานะทิฐิ • ขับรถช้า ๆ เทวดาคุ้มครอง ขับรถคะนองผีจองเฝ้าป่าช้า • หญิงชายจะไร้เพศ ถ้าปฏิเสธศีลธรรม • โลกนี้ไม่มีปัญหา ถ้าศึกษาให้รู้ความจริง • สิ่งที่ได้มาเปล่าคือความเฒ่าชรา สิ่งที่ต้องแสวงหาคือคุณค่าของชีวิต • โลกนี้ไม่มีอะไรใหม่ นอกจากความเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง • ความร้อนอบอ้าวจะมาก่อนฝน ความลำบากยากจนจะมาก่อนความสุข • โลกนี้แจ่มใสสำหรับคนใจกว้าง โลกนี้เวิ้งว้างสำหรับคนใจดำ • วาจาอ่อนหลานลูกหลานใกล้ชิด วาจาเป็นพิษญาติมิตรห่างไกล • อดีตจะหมดจดอนาคตจะสดใส ต้องแก้ไขที่ปัจจุบัน • ถ้าถือคนบ้า ถ้าท้าคนเมา ถ้าเข้าคนผิด จะเป็นพิษแก่ตัว • อุปสรรคปัญหา เป็นที่มาของความสำเร็จ • ทำดีไม่ได้ผล เพราะทำตนลุ่ม ๆ ดอน ๆ • มีเงินล้นฟ้า ไม่เท่าค่าของคน • ทำความดีแล้วตาย ดีกว่าอยู่สบายไม่ทำประโยชน์ • คนดียินดีทำทาน คนอันธพาลระรานทำลาย • ผู้ใหญ่หลงลืมตัว น่ากลัวกว่าเด็กดื้อ • สัตว์ตายเพราะเหยื่อ คนถูกเบื่อเพราะอามิส • ขับรถซิ่งซิ่ง จะวิ่งไปตาย ขับรถมักง่าย จะตายฟรีฟรี • เห็นคนเมา เท่ากับเห็นคนบ้า เห็นคนขี้ยา เหมือนเห็นคนตาย • ถ้าไม่อยากยากจน อย่างทำตนเป็นคนมั่งมี ถ้าอยากเป็นเศรษฐี ให้ทำทีเป็นคนจน • เมาสุราพาให้ประมาท เมาอำนาจพาชาติล่มจม • ความดังไม่คงที่ ความดีไม่เปลี่ยนแปลง • ไม่ระวังปาก ได้ศัตรู ไม่ระวังหู ขาดหมู่ญาติมิตร • ชีวิตจะผิดหวัง ถ้ามัวแต่นั่งนอนคอย • คนฉลาดที่ขาดคุณธรรม เป็นผู้นำที่ดีไม่ได้ • ความหรูหราของชาวสังคม เป็นค่านิยมที่เสื่อม • พูดตั้งพันคำ สู้ทำให้ดีไม่ได้ • อย่าคบคนชั่วเป็นมิตร อย่าทำบัณฑิตให้เป็นศัตรู • ความงามอยู่ที่ความดี ความมั่งมีอยู่ที่ความสันโดษ • แมลงวันชอบของเน่า คนโง่เขลาชอบทำบาป • การรักษาศีลห้า ช่วยแก้ปัญหาโรคเอดส์ • ถ้าไม่ได้ทำความดี มีชีวิตอยู่ร้อยปีก็ไร้ค่า • ฟังมากได้ปัญญา ไม่ระวังวาจาได้โทษ • โอกาสที่ดีของคน ขึ้นอยู่กับความสนใจ • วิชาให้ความฉลาด ถ้าขาดธรรมก็ให้โทษ • คนฉลาดขาดความดี เป็นคนอัปรีย์สังคม • ถ้าจะทำตัวให้เหมือนเขา ให้ดูเงาตัวเราก่อน • ทุกสิ่งดูน่ารัก ถ้ารู้จักดูส่วนดี • สุริยุปราคา พระอาทิตย์มืดมัว จะดีจะชั่ว อยู่ที่ตัวเราเอง • เศษกองขยะ เกะกะทั่วบ้าน เศษคนอันธพาล รำคาญทั่วเมือง • พูดให้เขารัก ยากนักยากหนา พูดให้เขาด่า ว่าง่ายนิดเดียว • ติดคุกมีเวลาพ้นโทษ คนที่มักโกรธ ถูกทำโทษตลอดกาล • ความสุขมิได้อยู่ที่ความมั่งมี การทำใจให้พอดี คือยอดความสุข • คนดี ดีกว่าของดี มีคนดี ดีกว่ามีของดี อยากเป็นคนดี ต้องทำความดี • ชีวิตจะมีค่า เพราะทำเวลาให้มีคุณ • คุณสมบัติประจำชีวิต คือสุจริตประจำใจ • ความเจริญทางวัตถุ ยั่วยุให้คนลืมตัว • อย่าเป็นทุกข์ในสิ่งที่เสียไป จงพอใจในสิ่งที่มีอยู่ • พระดังอาจจะไม่ดี พระดีอาจจะไม่ดัง • ความขยันเป็นคุณสมบัติของคน ความอดทนเป็นคุณสมบัติของพระ • ชีวิตคือสนามรบ จะต้องพบทั้งความแพ้ความชนะ • ถึงยากจนก็เหมือนมั่งมี ถ้ายินดีในสิ่งที่มีอยู่ ถึงมั่งมีก็เหมือนยากจน ถ้าไม่พอใจในสิ่งที่มีอยู่ • ร่างกายนี้เป็นโลกอนิจจัง เป็นเรือนของโรค เป็นที่อยู่โรค
/www.perlphpasp.com
เมื่อเรามีทุกข์ จงมองอื่นๆ ที่เขากำลังทุกข์กว่าเรา
แต่เขาก็ยังไม่บ่น
เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่มักลืมคุณคน เราจะต้องเจ็บใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
หากเราหวังการตอบแทนจากเขา
พึงมีความสุขจากการให้ ไม่ใช่การรับ
ภัยของ การกลัวสงคราม ร้ายแรงยิ่งกว่า สงครามจริงๆ เสียอีก
สิ่งที่แน่นอน คือ วันนี้ วันนี้ วันนี้ เท่านั้น
ผู้ที่ไม่กล้าเผชิญโชคร้าย
ย่อมจะเป็นคนเคราะห์ร้ายร่ำไป
พยายามอย่าเกลียดชังศัตรู จงให้อภัย
คนที่โกรธไม่เป็น คือ คนโง่
แต่ คนที่แสดงว่าไม่โกรธ คือ คนฉลาด
ถ้าเราคิดว่า เราทำถูก อย่ากังวลเลยว่า ใครเขาจะคิดอย่างไร
เพราะว่า การกระทำทุกอย่าง หนีการวิจารณ์ทั้งทางดี และเลวไม่พ้น
เราเคยคิดบ้างไหมว่า
"ความโกรธ ไม่เคยนำผลดีมาให้เราเลย"
ถ้าเราไม่รู้ว่า เราโง่ ในเรื่องอะไร
เราจะฉลาดในเรื่องนั้นได้อย่างไร
โลกเรานี้เหมือนกระจกเงา ถ้าเรายิ้ม มันก็จะยิ้มด้วย
ถ้าเราหน้าบึ้ง มันก็จะหน้าบึ้งด้วย
แม้จะมีอำนาจวาสนาสักเพียงใด ก็ไม่สามารถบังคับอดีตให้เปลี่ยนแปลงได้
ฉะนั้น อย่าไปนึกถึงความผิดพลาดของเราในอดีตขึ้นมาทรมานใจเรา
แต่! จงใช้มันให้เป็นประโยชน์ในการวิเคราะห์เหตุการณ์ข้างหน้าจะดีกว่า...
ตอนที่โกรธ ไม่มีปัญญา
ปัญญากับความโกรธมันอยู่ที่เดียวกัน
มันจะแทนที่กัน
วิชา เปรียบด้วยกำลังเหมาะ
สุจริต คือเกราะกำบังได้
ปัญญา คืออาวุธยุทธพิชัย
สติ ไซร้คุมพลยุทธนา
ทหารที่มีจิตใจรุกรบ
กำลังจะล้ม ก็จะต้องเดินให้ได้อีกก้าวหนึ่ง
กำลังจะตาย ก็จะต้องยิงให้ได้อีกนัดหนึ่ง
เราจะฝึกเขาอย่างไร????
มิยอมให้ธงชาติใด ปลิวไสวบนทัพฐาน...
เป็นเชื้อชาตินักรบ สละชีพ ณ สงคราม
นับว่าได้ตายงาม ดุจนายทหารกล้า...
ทางสู่เกียรติศักดิ์
จักประดับด้วย ดอกไม้
หอมหวนชวนจิตรไซร้ ไป่มี
สุขเถิดประชา ทหารกล้าจะคุ้มภัย
มิเคยหวังว่าจะเป็นวีรบุรุษ
แต่ก็สุดจะเห็นชาติพินาศสลาย
ด้วยเผ่าไทยทอดชีวีพลีใจกาย
มามากมายเหลือที่จะลืมเลือน...
ยังมีอาวุธอีกอย่างหนึ่ง ที่ทหารต้องการมากที่สุด
นั่นคือ กำลังใจจากประชาชน ประชาชนที่มองเห็นว่า
เรา...เป็นพี่น้องชาวไทยด้วยกัน
เมืองใดไร้ซึ่งการทหาร เมืองนั้นไม่นานเป็นข้า...
ชาติคือหทัย วินัยคือชีวิต
กล้าหาญคือดวงจิต มิตรสนิทคือดวงใจ
วินัย สร้างคนเป็นทหาร
ความกล้าหาญ สร้างคนเป็นวีรบุรุษ
ยอมสูญเสียชีวา รักษาสัตย์ รักษารัฐสีมาที่อาศัย
ดีกว่าสูญธรณินสิ้นชาติไทยฯ
ชายชาติทหาร ย่อมไม่เรียกร้องอะไรมากกว่าที่ชาติให้....
เราก็ชายหมายมาดว่าชาติเชื้อ
ถึงปะเสือก็จะสู้ดูสักหน
หมั่นพินิจคิดคนึงนึกถึงตน
อายุคนไม่ยืนถึงหมื่นปี...
เกิดมาได้เป็นไทใช่ทาสเขา ชีพของเราต้องแตกดับอย่างมั่นแม่น
จะต้องตาย... ตายอย่างไรไม่เหมือนแม้น
ตายเพื่อแผ่นพสุธามาตุภูมิ
จะถมร่างกายนี้พลีชีวิต เพื่อพิชิตไพรีที่เชือดเฉือน
เพื่อแผ่นดินของไทยไม่สะเทือน เพื่อให้เพื่อนพี่น้องไทยปลอดภัยเทอญ...
อันรั้วรอบขอบคูดูก็ลึก
ไม่น่าศึกไอ้พม่าจะมาได้
ปล่อยให้มันข้ามเข้าเอาเวียงชัย
ดูกระไรเหมือนบุรีไม่มีชาย
เราก็มีเลือดเนื้อที่ปวดเจ็บ แต่ต้องเก็บความรู้สึกอย่างกล้าหาญ
จะมุ่งมั่นฟันฝ่าทุกวันวาร เพราะยึดในอุดมการณ์ต้องอดทน
นึกว่าได้เกิดมาทำหน้าที่ เพื่อศักดิ์ศรีเลือดไทยไม่หมองหม่น
ไม่น้อยใจโชคชะตากล้าผจญ แม้บางคนไม่เคยทุกข์ทุกยุคกาล
มอบเลือดเนื้อกายใจพลีให้ชาติ อย่างแกล้วกล้าสามารถอย่างอาจหาญ
ถึงสิ้นชีพไว้ลายว่าชายชาญ ทั้งวิญญาณเลือดเนื้อเพื่อบ้านเมือง...
ถ้าศัตรูสู้ทุกทิศ มอบชีวิตเป็นชาติพลี..
พระมหากษัตริย์เป็นฉัตรเชิด
พระคุณเลิศล้ำยิ่งกว่าสิงขร
แผ่ปกคลุมชุ่มกมลชลนิกร
ระงับร้อนร่มเกล้าของชาวไทย
ไม่มีสิ่งสุดวิสัย สำหรับใจที่แน่วแน่
เพียงหวังจะเฟื่องฟุ้ง ฤาจะมุ่งมาศึกษา
เพียงเพื่อปริญญา เอาตัวรอดกระนั้นฤา
แท้ควรเจ้าจงคิด จงตั้งจิตและยึดถือ
รับใช้ชาติไทยคือ ปลายทางเราที่เล่าเรียน....
จงเป็นที่รักของพี่ๆ เป็นตัวอย่างที่ดีของน้องๆ
ชาติใดไร้รักสมัครสมาน จะทำการสิ่งใดก็ไร้ผล
แม้นชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะสุขอยู่อย่างไร
เป็นผู้รอบรู้ อยู่ในระเบียบวินัย
ใจซื่อสัตย์สุจริต ย่อมได้รับเกียรติทุกสถาน....
ฝันจะทำความดีนี้แสนยาก ต้องลำบากกว่าจะรุดถึงจุดหมาย
ย่อมน่าขำสำหรับผู้อยู่สบาย ไม่เคยกรายทุกข์ระกำน้ำตากระเด็น...
พ.อ.นเรศรักษ์ ฐิตะฐาน ผู้บันทึก
 Self-conquest is the greats of victory.
การชนะใจตนเอง คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
 So much to do ,so little done.
งานยิ่งทำมากเท่าใด ก็ยิ่งเสร็จน้อยเท่านั้น
 Heaven ne'er helps the men who will not act.
สวรรค์ไม่เคยช่วยบุคคลผู้ซึ่งไม่ทำงาน
 Never give advice unless asked.
อย่าให้คำแนะนำจนกว่าจะถูกขอร้อง
 Nevre give advice in a crowd
อย่าให้คำแนะนำท่ามกลางฝูงชน
 Grey hair is a of age, not of wisdom.
ผมหงอกเป็นสัญญาลักษณ์ของอายุ ไม่ใช่ปัญญา
 Well begun is half done.
เริ่มต้นดีเหมือนงานนั้นเสร็จไปครึ่งหนึ่ง
 A bird in the hand is worth two in the bush.
นกตัวเดียวในมือมีค่าเท่ากับนกสองตัวในพุ่มไม้
 Birds of a faether will flock together.
นกที่มีขนอย่างเดียวกัน ย่อมจะอยู่รวมกัน
 Blood is thicker than water.
เลือดข้นกว่าน้ำ
 Better is half a loaf than no bread.
ขมนปังครึ่งก้อนดีกว่าไม่มีเลย
 While I breathe , I hope.
ตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่ ฉันก็ยังมีหวัง
 When tha cat's away the mice will play.
เมื่อแมวไม่อยู่หนูก็ยังคนอง
 Spare the rod and spoil the child.
ทิ้งไม้เรียวจะทำให้เด็กเสีย
 It is a wise father that know his own child.
พ่อที่ฉลาดเท่านั้นจึงจะรู้จักบุตรของตนดี
 The less men think, the more they talk.
คนที่คิดน้อยมักพูดมาก
 A bad officer is more danggerous than hundred bandits.
เจ้าหน้าที่ชั่วคนเดียว เป็นอันตรายมากกว่าโจร 100 คน
 Disappointment is the nurse of wisdom.
ความผิดหวังเป็นสิ่งค้ำชูสติปัญญา
 No one can disgrace us but ourselves.
ไม่มีใครทำให้เราเสียเกียรติได้ นอกจากตัวเอง
 Do good , receive good ; Do evil, receive evil.
ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว
 Early to bed and early to rise.
นอนหัวค่ำตื่นแต่เช้า
 Makes a man healthy , weathy and wise.
สุขภาพดี มีทรัพย์ และฉลาด
 Thou shouldst eat to live ; not live to eat.
ควรกินเพื่อมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน
 Man is his own worst enemy.
ตนเองนั่นแหละเป็นศัตรูที่สำคัญที่สุด ของตนเอง
 All is fair in love and war.
ทุกสิ่งย่อมยุติในความรักและสงคราม
 A fool and his money are soon parted.
คนโง่และเงินอยู่รวมกันไม่ได้นาน
 Good to forgive ; best to forget.
การอภัยนั้นดี แต่ลืมเสียนั้นดีที่สุด
 Forgive others often , but yourself never.
จงให้อภัยคนอื่นเสมอ แต่อย่าให้อภัยตนเอง
 A friend in need is a friend indeed.
มิตรในยามต้องการคือมิตรแท้
 God helps those who help themselves.
พระเจ้าช่วยคนที่ช่วยตนเอง
 The fox changes his skin but not his habits.
สนัขจิ้งจอกเปลี่ยนสีได้ แต่เปลี่ยนนิสัยไม่ได้
 Everyone speaks of happiness , but few know it.
ใครๆก็พูดถึงความสุข แต่น้อยคนที่รู้ว่าความสุขคืออะไร
 Two heads are better than one.
สองหัวดีกว่าหัวเดียว
 Honesty is the best policy.
ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นแนวทางที่ดีที่สุด
 Hope is the poor man bread.
ความหวังคือขนมปังของคนจน
 Lost time is never found again.
เวลาที่เสียไปย่อมหาไม่ได้อีก
 One cannot know everything.
คนเราจะรู้จักทุกสิ่งทุกอย่างหาได้ไม่
 Like mother , like daughter.
ดูนางให้ดูแม่
 The lion is not so fierce as they paint him.
สิ่งโตย่อมไม่ดุร้าย ดังที่คนป้ายสีให้มัน
 Our first and last love is self-love.
ความรักครั้งแรกและครั้งสุดท้ายคือรักตนเอง
 Behind bad luck comes good luck.
โชคดีย่อมตามหลังโชคร้าย
 The nearer the bone the sweeter the meat.
ยิ่งใกล้กระดูกเนื้อยิ่งหวาน
 Money is a good servant , but a bad master.
เงินเป็นผู้รับใช้ที่ดี แต่เป็นนายที่เลว
 When money spaeks the truth is silent.
เมื่อเงินพูด ความจริงก็เงียบ
 Music is the universal language of mankind.
ดนตรีคือภาษาสากล ของมนุษยชาติ
 Newspaper are the wood mirror.
หนังสือพิมพ์เป็นกระจกเงาของโลก
 No man can be a patriot on an emty stomach.
ไม่มีใครเป็นผู้รักชาติได้ ในยามที่ท้องว่าง
 The will of the people is the best law.
ความต้องการของประชาชนเป็นกฎหมายที่ดีที่สุด
 The pen is mightier than the sword.
ปากกามีอำนาจมากกว่าดาบ
 He who loves pleasure shall be a poor man.
ผู้ที่รักความสำราญ จะต้องเป็นคนยากจน
 It is better to be safe than sorry.
ปลอดภัยย่อมดีกว่าเสียใจ
 God hates those who praise themselves.
พระเจ้าทรงเกลียดชังคนที่ยกย่องตนเอง
 Prevention is better than cure.
กันดีกว่าแก้
 Still water runs deep.
น้ำนิ่งไหลลึก
 Death and tax are inevitable.
ความตาวเป็นภาษีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
 Let a thief to eatch a thief.
จงใช้โจรให้จับโจร
 A penny saved is a penny earned.
ประหยัดได้หนึ่งเพนนี เท่ากับหาได้หนึ่งเพนนี
 Better an ugly face than an ugly mind.
หน้าตาน่าเกลียด ดีกว่าจิตใจโสมม
 United we stand ; devided we die.
รวมกันเราอยู่ แยกกันเราตาย
 All work and no play make Jack a dull boy.
มีแต่งาน ไม่มีเล้น ทำให้เด็กโง่
 When the candles are out , all women are fair.
ทุกนางงามสรรพ เมื่อดับเทียน
 Charms strike the sight , but merit wins the soul.
เสน่ห์สะดุดตา แต่ความดีชนะใจ
 No rose without a thorn.
ไม่มีกุหลาบใดปราศจากหนาม
 Big words sedom go with good deeds.
คำโวมิใคร่จะร่วมไปกับการกระทำดี
 He who done not go forward stays behind.
บุคคลผู้ไม่ก้าวไปข้างหน้าย่อมอยู่ข้างหลัง
 No one is too old to learn.
ไม่มีใครแก่เกินเรียน
 There's no place like home.
ไม่มีที่ใดเหมือนบ้าน
 Hunger is the best sauce.
ความหิวเป็นซอสที่ดีที่สุด
 Fine feathers make fine birds.
ขนงามทำให้นกสวย
 A tree is known by its fruit.
ต้นไม้รู้จักโตได้ ด้วยลูกของมัน
 It's a poor mouse that has only one hole.
หนูที่น่าสงสารเท่านั้น ที่มีรูเพียงรูเดียว
 Enough is better that too mush.
พอดี ดีกว่า มากเกินไป
 The more one has , the more one wants.
ยิ่งมีมากเท่าใด ยิ่งต้องการมากเท่านั้น
 All is not gold that glitters.
มิใช่ทองอย่างเดียวเท่านั้นที่ส่องแสงวูบวาบ
 An old dog does not bark for nothing.
หมาแก่ไม่เห่าก็ไร้ประโยชน์
 New brooms sweep clean.
ไม้กวาดใหม่ กวาดสะอาด
 Everything must have a beginning.
ทุกสิ่งย่อมมีการเริ่มต้น
 Great things have small beginning.
สิ่งใหญ่นั้น ย่อมมาจากการเริ่มต้นที่ดี
 Much talk , little work.
พูดมาก ทำงานได้น้อย
 Cap in hand never did any harm.
ความสุภาพอ่อนน้อม ไม่เคยทำให้เสียหายอะไรเลย
 No smoke without fire.
ไม่มีควัน โดยปราศจากไฟ
 Speak is silver , silent is good.
พูดเป็นเงิน เงียบเป็นทอง
 Good name is bettter that riches.
มีชื่อเสียงดี ดีกว่ามีทรัพย์
www.baanjomyut.com


โดยคุณ : sek loso - [ 18 พ.ย. 2006 , 14:22:03 น.]

ความเห็นที่ 56

อ่านไม่รู้เรื่อง


โดยคุณ : แอม - [ 22 พ.ย. 2006 , 19:45:08 น.]

ความเห็นที่ 57

ผมยากรู้ว่าบันทึกการอ่านไปทำไมครับ


โดยคุณ : อานนท์มะเกลือศรี - ICQ : 056181 - [ 28 พ.ย. 2006 , 13:03:36 น.]

ความเห็นที่ 58

11111


โดยคุณ : 223 - [ 9 ก.ค. 2007 , 17:12:32 น.]

ความเห็นที่ 59

555+


โดยคุณ : สวย - [ 6 ส.ค. 2007 , 09:56:31 น.]

ความเห็นที่ 60

Post to you too!


โดยคุณ : usangi sakino jung - ICQ : 1111 - [ 29 ส.ค. 2007 , 19:32:59 น.]

ร่วมบันทึกเพิ่มเติมค่ะ



โดยคุณ
email
ICQ