Que Sera Sera

เคยนึกเตรียมว่าวันหนึ่งจะได้ร้องเพลง Que Sera Sera ให้ลูกฟัง หากลูกมาถามว่าโตขึ้นหนูจะเป็นอะไรดี? เมื่อแอบแย๊บถามสามตัวที่บ้านว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร?” ลูกกลับมีคำตอบชัดเจนของตัวเองตอบได้ฉะฉานว่าหนูอยากเป็นนั่นเป็นนี่  มีไอเดียอาชีพและสิ่งที่ใฝ่ฝันมาจ่อรอมากมายอยู่ในหัว แม่อย่างเราเลยอด … กี เซรา เซรา … สอนลูกไปซะ

สมัยเด็กๆ จำได้ว่าตัวเองเคยเที่ยวบอกใครๆว่าอยากเป็นกระเป๋ารถเมล์ ผู้มีกระบอกตั๋วอลูมิเนียมยาวๆ บรรจุม้วนตั๋วกระดาษเอาไปเดินขยับมืองับเสียงดังแก๊บๆ พร้อมเขย่าเศษเหรียญร้องเรียกเก็บค่าโดยสาร ตอนอายุราว  7-8 ขวบเคยเอากระบอกข้าวหลามเก่าๆ มาดัดแปลงทำกระบอกตั๋วรถเมล์เล่นกันสนุกสนานกับพี่ชาย พอหายเห่อจากอาชีพ “กระปี๋รถเมล์” ก็ฝันเฟื่องต่อว่าอยากเป็นคนขายโรตี หลงใหลชื่นชมท่าตีแป้งพั่บๆ ของแม่ค้าโรตีตรงตลาดนัดมาก ทุกวันนี้ก็ยังใฝ่ฝันอยากฟาดแป้งโรตีให้ได้บางเท่าแม่ค้าพ่อค้าโรตีอยู่ แต่ยังไม่สามารถทำได้เหมือนแม่ค้าโรตีมืออาชีพสักที (ยังไม่เลิกพยายาม)

จะมีเด็กสักกี่คนหนอที่ฝันใฝ่ถึงอาชีพชื่อเรียกยากๆ อย่างสถาปนิก วิศวกร ศาสดาจารย์ นักวิทยาศาสตร์ ฯ คงมีแต่พ่อแม่นั่นแหละที่แอบคิดแอบหวังแทนลูกๆ กันไป (เลยเถิด) เมื่อพ้นวัยเด็กโตมายืนอยู่ฝั่งผู้ใหญ่ บางทีเราอาจหลงลืมหัวใจและสายตาที่เคยมองเห็นความฝันอันจับต้องได้ในวัยเยาว์ของตัวเอง ผู้ใหญ่ฝันซับซ้อน ชอบเขย่งเอื้อมไปสู่สิ่งที่ไกลลิบยิ่งกว่า จึงลืมเลือนฝันใกล้ๆ ที่เคยหยิบคว้าได้ตรงหน้าไปง่ายๆ ผู้ใหญ่จึงได้นั่งขำเมื่อเด็กเผยความฝันอันแสนบริสุทธิ์ที่เราเคยฝันเช่นนั้นมาก่อน-ซื่อๆ

ช่วงนี้เจ้าซัม - ลูกสาววัยหกขวบ มุ่งมั่นกับการหัดอ่าน หัดเขียน พอว่างมือไม่ว่าอยู่ตรงไหนที่ใด ถ้ามีกระดาษและดินสอ เธอจะชอบวาดรูป จากที่เคยวาดไม่ค่อยเป็นเรื่องเป็นราว หรือวาดลอกตามตัวอย่าง ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนมาหัดวาดภาพแบบการ์ตูนช่องๆ หรือมีเรื่องราวอยู่ในภาพ เช่น เรื่องบาร์บี้แปลงกายแบบการ์ตูนช่อง หรือแอบสเก็ตภาพแม่และเพื่อนที่กำลังคุยจ้อตอนกินกาแฟบนกระดาษทิชชู่

อยู่มาวันหนึ่งที่เจ้าซัมกำลังก้มหน้าก้มตาวาดรูปอยู่ จึงถามเกริ่นนำทางว่า “โตขึ้นอยากเป็นศิลปินวาดรูปใช่ไหม?” เจ้าซัมเงยหน้าขึ้นมาแล้วสายหัวทันที “ไม่เอาหรอก โตขึ้นจะไปทำงานโรงงานผลิตน้ำแอปเปิ้ลดีกว่า น่าสนุกดีออกทำงานในโรงงาน”

When I was just a little girl
I asked my mother what will I be
Will I be pretty, will I be rich
Here’s what she said to me

*Que sera, sera
Whatever will be, will be
The future’s not ours to see
Que sera, sera
What will be, will be

Now I have children of my own
They asked their mother what will I be
Will I be handsome, will I be rich
I tell them tenderly

หมายเหตุ 1 ที่มาความคิดเรื่องการทำงานโรงงานนี้ คาดว่าเจ้าซัมได้อิทธิพลจากการดูรายการ Klokhuis ซึ่งเป็นรายการสารคดีอธิบายเกร็ดสาระความรู้ต่างๆ สำหรับเด็ก หลายตอนเป็นการนำเสนอการผลิตอาหารนู่นนี่ และพาไปเยี่ยมชมโรงงานการผลิต 

หมายเหตุ 2  เพลง Que Sera Sera (Whatever Will Be, Will Be) แต่งโดย Jay Livingston และ Ray Evans เมื่อปี ค.ศ. 1956 กลายเป็นเพลงคลาสสิคที่โด่งดังหลังจาก Alfred Hitchcock นำมาใช้เป็นเพลงประกอบในหนังเรื่อง The Man Who Know too Much ในปีเดียวกัน (อ้างอิงข้อมูลจาก songfacts.com)

5 Responses to “Que Sera Sera”

  1. kik says:

    มากรี๊ดดดดเจ้าซัม แม๋น่ารักจริงๆ ก็คนโปรดกิ๊กนี่นา :D ถ้ามีลูกสาวอยากได้โคลนนิ่งเจ้าซัมมาจัง

    ซัมอยากทำงานโรงงานผลิตน้ำแอปเปิ้ล ฮ่าๆๆ ดีเลยน้ากิ๊กได้ขอกินฟรี

    เรื่องวาดภาพกับซัมเนี่ย ใช่เลยค่ะ ตอนเรานั่งคุยกันซัมก็แอบวาดรูปกิ๊ก น่ารักจริงๆ ตอนนี้มาเริ่มวาดเป็นช่องๆแล้วด้วย จินตนาการจริงๆซัมเอ๊ยย อ่านแล้วคิดถึงสามสาว

  2. Chompoo says:

    มาอ่านเรื่องเจ้าตัวเล็ก เลยต้องแปลให้ธีโอฟังด้วย
    ก็แบบว่าเป็นขวัญใจประชาชีไปแล้วน่อเจ้าซัม ..
    เพราะว่าพูดเก่ง ช่างเจรจา พู่ยังแอบจำได้เลย
    ตอนเค้าเล่านั่นเล่านี่บนโต๊ะอาหาร .. ธีโอยังจำได้เลยอ่ะจ้ะ

  3. …หรือเพราะเมื่อครั้งยังเป็นเด็กไม่เคยมีความฝันก็ไม่รู้ โตจนจะ 30 ถึงยังหาความฝันของตัวเองไม่เจอ เอิ๊กๆ

  4. เด็กๆเวลาทำอะไรก้อน่ารักน่าเอ็นดูไปหมด จริงๆนะ

Leave a Reply